คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า STATAS ได้มอบให้โจทก์ที่ ๒ ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น นายทะเบียนไม่รับจด โดยจำเลยนำเครื่องหมายการค้าเดียวกันไปยื่นขอจดทะเบียนไว้ก่อน ขอให้สั่งระงับหรือเพิกถอนคำขอจดทะเบียนของจำเลย และห้ามใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวอีกต่อไป
จำเลยให้การว่า โจทก์ที่ ๑ ไม่ใช่นิติบุคคล ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ที่ ๒ เป็นตัวแทน ไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์ โจทก์ที่ ๑ มิได้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านี้ไม่มีสิทธิ์หวงหรือกีดกัน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำขอจดทะเบียนของจำเลย และห้ามจำเลยใช้เครื่องหมายดังกล่าวต่อไป
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าคำให้การจำเลยว่าหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องไม่ถูกต้อง ไม่เป็นข้อต่อสู้ว่าใบมอบอำนาจที่โจทก์อ้างนั้น มิใช่ใบมอบอำนาจอันแท้จริงหรือเป็นใบมอบอำนาจปลอม โจทก์ส่งต้นแบับใบมอบอำนาจต่อศาล จึงเป็นต้นฉบับเอกสารอันแท้จริงที่รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๒๒ ส่วนข้อความในเอกสารจะถูกต้องตรงกับความจริงหรือไม่เป็นข้อที่ศาลจะได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนต่อไปอีกขั้นหนึ่ง คดีนี้พยานหลักฐานของโจทก์ฟังได้ว่าเอกสารของโจทก์เป็นใบมอบอำนาจที่ถูกต้อง เป็นความจริงตามข้อความในใบมอบอำนาจนั้น เป็นการเพียงพอที่จะฟังได้ว่า โจทก์ที่ ๑ มีฐานะที่จะฟ้องคดีได้ในนามของตนเอง การพิสูจน์ฐานะบุคคลตามกฎหมายต่างประเทศไม่จำต้องพิสูจน์โดยวิจักษณ์พยานผู้รู้กฎหมายต่างประเทศโดยตรงแต่ทางเดียวว่าโจทก์เป็นนิติบุคคล
พฤติการณ์ต่าง ๆ ที่แสดงว่าโจทก์มีฐานะใช้สิทธิ์ได้ตามกฎหมายดุจบุคคลทั่วไป ก็เป็นข้อเท็จจริงให้ศาลวินิจฉัยเช่นนั้นได้ และศาลฎีกาเห็นว่าตามคำฟ้องคดีนี้โจทก์ที่ ๒ ฟ้องคดีโดยการมอบอำนาจของโจทก์ที่ ๑ โจทก์ที่ ๒ จึงฟ้องคดีนี้เป็นส่วนตัวไม่ได้ และฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้ใช้เครื่องหมายนี้มานาน จำเลยไม่มีสิทธิ์ดีกว่าโจทก์
Result
พิพากษาแก้ เฉพาะให้ยกฟ้องโจทก์ที่ ๒