Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7911/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เฉพาะมาตรา 66 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ เป็นมาตรา 66 วรรคหนึ่ง ตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ ไม่ได้แก้เป็นบทมาตราอื่นแต่อย่างใด ส่วนโทษก็แก้เฉพาะโทษในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จากที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 5 ปี เป็น 4 ปี จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย คดีจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง การที่จำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานโจทก์ไม่พอฟังลงโทษจำเลยและขอให้ลงโทษจำเลยสถานเบา ล้วนเป็นการฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานและดุลพินิจในการกำหนดโทษ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แม้ศาลชั้นต้นจะรับฎีกาในข้อดังกล่าวมาศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัยให้ การมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตกับการมีกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ กฎหมายบัญญัติบทความผิดและบทลงโทษไว้คนละมาตรา ย่อมเห็นเจตนารมณ์ของกฎหมายได้ว่ามีความประสงค์จะแยกความผิดสองฐานนี้ออกจากกัน แม้มีอาวุธปืนและกระสุนปืนดังกล่าวไว้ในครอบครองในเวลาเดียวกันก็เป็นความผิดสองกรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 91 ป.วิ.อ. Section 218 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 Section 66 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 Section 7 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 Section 55 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 Section 72 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 Section 78

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 86 เม็ด และอีกจำนวนหนึ่งซึ่งมีปริมาณน้อย ไม่อาจชั่งน้ำหนักได้ติดอยู่ที่หลอดพลาสติกและกระดาษอะลูมิเนียมไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าว 2 เม็ดให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อ นอกจากนี้จำเลยมีอาวุธปืนลูกซองสั้นชนิดประกอบขึ้นเองจำนวน 1 กระบอก เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้โดยชอบด้วยกฎหมาย อาวุธปืนพกสั้นรีวอลเวอร์ชนิดประกอบขึ้นเอง ไม่มีเครื่องหมายทะเบียน 1 กระบอก อาวุธปืนยาวอัดลมขนาด .177 ไม่มีเครื่องหมายทะเบียน 1 กระบอก และกระสุนปืนลูกกรดขนาด .22 (ลองไรเฟิล) 130 นัด กระสุนปืนอัดลมขนาด .177 (4.5 มม.) 633 นัด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้ใบรับอนุญาตและจำเลยมีกระสุนปืนคาร์ไบน์

ขนาด .30 จำนวน 4 นัด อันเป็นเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 55, 72, 78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 และริบของกลางทั้งหมด ยกเว้นอาวุธปืนลูกซองสั้นและคืนเงินสดของกลางแก่เจ้าของ

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มารตรา 7, 55, 72 วรรคหนึ่งและวรรคสาม, 78 วรรคหนึ่ง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 7 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 5 ปี ฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 3 ปี ฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 17 ปี ริบของกลางทั้งหมด ยกเว้นอาวุธปืนลูกซองสั้นหมายเลขทะเบียน ลบ 1/13683 และคืนเงินสดของกลางจำนวน 200 บาท แก่เจ้าของ

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 4 ปี เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานอื่นทุกฐานแล้วเป็นจำคุก 16 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 10 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เฉพาะมาตรา 66 วรรคหนึ่ง จากกฎหมายเดิมเป็นมาตรา 66 วรรคหนึ่ง ตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่ได้แก้เป็นบทมาตราอื่นแต่อย่างใด ส่วนโทษศาลอุทธรณ์ภาค 1 ก็แก้เฉพาะโทษในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จากที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 5 ปี เป็นจำคุก 4 ปี ดังนี้ จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย และศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้ลดโทษให้จำเลยทุกกระทงกระทงละหนึ่งในสาม เท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค 1 ลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเพียง 4 ปี 8 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี คดีนี้จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง

ที่จำเลยฎีกาว่า พยานหลักฐานโจทก์ไม่น่าเชื่อว่าจ่าสิบตำรวจกิตติพงษ์ ทองพันธ์ จะเห็นเหตุการณ์ในขณะสายลับล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย ทั้งโจทก์ไม่ได้นำสายลับมาเบิกความ จำเลยไม่ได้อาศัยอยู่ที่บ้านเกิดเหตุ จะฟังว่าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเป็นของจำเลยไม่ได้และจำเลยไม่ได้ให้การรับสารภาพโดยสมัครใจ พยานหลักฐานโจทก์จึงไม่พอฟังลงโทษจำเลย กับที่ขอให้ลงโทษจำเลยในสถานเบานั้นล้วนเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานและดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ย่อมต้องห้ามฎีกาโดยบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น แม้ศาลชั้นต้นจะรับฎีกาในข้อดังกล่าวมา ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัยให้

ส่วนที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนกับมีกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองเป็นการกระทำเพียงกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทมิใช่หลายกรรมตามที่ศาลล่างพิพากษามานั้น เห็นว่า การมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต กับการมีกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้กฎหมายบัญญัติบทความผิดและบทลงโทษไว้คนละมาตรา ย่อมเห็นเจตนารมณ์ของกฎหมายได้ว่ามีความประสงค์จะแยกความผิดสองฐานนี้ออกจากกัน แม้จำเลยมีอาวุธปืนและกระสุนปืนดังกล่าวไว้ในครอบครองในเวลาเดียวกันก็เป็นความผิดสองกรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 สำหรับคำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยอ้างมาในฎีกานั้น รูปเรื่องไม่ตรงกับคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
พินิจ บุญชัด · มงคล ทับเที่ยง · รัตน กองแก้ว
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4088/2545

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯมาตรา 4,55,78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80,83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีลูกระเบิ…

Supreme Court Judgment No. 3974/2534

จำเลยมีอาวุธปืนพกขนาด .223 ไม่มีหมายเลขทะเบียนพร้อมด้วยกระสุนปืนเล็กกล ขนาด .223 แม้กระสุนปืนดังกล่าวเป็นเครื่องกระสุนปืนประเภท ขนาด และชนิดซึ่งนายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ แต่เมื่ออาวุธปืนกับเครื…

Supreme Court Judgment No. 2073/2523

มีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงครามกฎหมายบัญญัติบทความผิดและบทลงโทษไว้คนละ มาตรา ย่อมเห็นเจตนารมณ์ของกฎหมายได้ว่ามีความประสงค์ที่จะแยก ความผิด 2 ฐานนี้ออกจากกันท…

Supreme Court Judgment No. 564/2509

จำเลยใช้ปืนยิงผู้ตายที่โหนกแก้มซ้ายทะลุท้ายทอยล้มลงขาดใจตาย เมื่อจำเลยถูกจับกุมตัวได้ จำเลยได้ลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจรับสารภาพผิดว่าได้ยิงผู้ตายจริง นับว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาลอยู่ ดังนี…

Supreme Court Judgment No. 1770/2505

ปืนของกลางเป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2500 เมื่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2501 ออกใช้และรัฐมนตรีได้ออกกฎกระทรวงกำหนดให้ปืนชนิดนี้เป็นปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงครามแล้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up