คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔, ๓๓๕
จำเลยให้การปฏิเสธ ทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่า วันเกิดเหตุตามฟ้องว่าวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๑ ตรงกับวันแรม ๑๓ค่ำเดือนยี่ จำเลยกับชายแปลกหน้าอีกคน ได้มาที่เรือนผู้เสียหายถามขอซื้อม้าของผู้เสียหาย แต่ยังไม่ได้ตกลง จำเลยขอลองขี่และเพื่อนของจำเลยได้ขอลองขี่โดยจำเลยเป็นผู้รับรอง เพื่อนของจำเลยได้ขี่ม้าของผู้เสียหายหนีไป จำเลยนำสืบว่า ในวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๑ ตามฟ้อง ได้มีชายแปลกหน้ามาขอให้จำเลยพาไปบ้านผู้เสียหาย เพื่อขอซื้อม้า จำเลยได้พาไป และชายผู้นั้นได้ลองขี่ม้า และผู้เสียหายแล้วพาม้าหนีไป
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม มาตรา ๓๓๕, ๗๘ ให้จำคุก ๑ ปีและใช้ราคาม้า
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า ๑ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิด วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๑ ตรงกับวันขึ้น ๑๓ ค่ำเดือนยี่ และโจทก์นำสืบว่าจำเลยทำผิดวันขึ้น ๑๓ ค่ำเดือนยี่ ซึ่งความจริงแล้ววันขึ้น ๑๓ ค่ำเดือนยี่ตรงกับวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๐๑ าทำให้จำเลยหลงต่อสู้ ๒. การกระทำของจำเลยหากจะเป็นผิดก็ควรเป็นผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งโจทก์มิได้ฟ้องจำเลยในข้อหานี้ ลงโทษจำเลยมิได้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยให้การและลำดับเหตุการณ์ตามข้อต่อสู้เจือสมกับการกระทำทั้งหลายที่โจทก์อ้างว่าจำเลยกระทำผิด ต่อสู้ว่าเพียงนำผู้อื่นไปซื้อม้าเท่านั้น เห็นว่าจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ ส่วนปัญหาข้อ ๒ นั้น ขณะที่จำเลยกับพวกกำลังขอลองม้า สิทธิครอบครองยังคงอยู่กับเจ้าทรัพย์ตลอดเวลา แม้จำเลยจะได้ขออนุญาตให้เพื่อนของจำเลยซึ่งอ้างว่าจะเป็นผู้ซื้อขึ้นลองขับขี่ ไม่ทันเจ้าทรัพย์จะอนุญาต พวกของจำเลยก็ตีม้าเร่งฝีเท้าหนีไปต่อหน้า ดังนี้ จึงเห็นว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาที่จะเอาทรัพย์นั้นไปโดยทุจริตแต่แรก การกระทำของจำเลยกับพวก จึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์
Result
พิพากษายืน