Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 789/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาในคดีใดว่าลูกหนี้จะต้องรับผิดเพียงใด ย่อมเป็นเรื่องที่คู่ความจะต้องดำเนินการในคดีนั้นเพื่อขอคำวินิจฉัยจากศาล แม้ คดีนั้นจะได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว แต่ในชั้นบังคับคดี เมื่อมีเหตุอันควรสงสัย คู่ความก็ยังมีสิทธิขอให้ศาลอธิบายคำพิพากษาได้ การที่โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีก่อนกลับมาฟ้องจำเลยซึ่งเป็นโจทก์ในคดีก่อนเกี่ยวกับหนี้จำนองซึ่งศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยรับชำระหนี้รายเดียวกันนั้นอีก ย่อมเป็นฟ้องซ้ำเพราะเป็นคู่ความเดียวกัน และศาลต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ปัญหาเรื่องฟ้องซ้ำ เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความจะตกลงกันขอให้ศาลวินิจฉัยในประเด็นอื่น และสละประเด็นข้อฟ้องซ้ำเมื่อศาลเห็นสมควรก็ยังมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยแล้วพิพากษาคดีไปได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์จำนองที่ดินไว้กับธนาคารจำเลยค้ำประกันหนี้นายเอ็งลิบในวงเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้โจทก์ใช้เงินให้จำเลยแล้ว ๒๐,๐๐๐ บาท คงต้องรับผิดอีก ๗๐,๐๐๐ บาท

จำเลยฟ้องโจทก์กับนายเอ็งลิบลูกหนี้ ศาลพิพากษาถึงที่สุดตามคดีแดงที่ ๒๐/๒๕๑๐ ให้นายเอ็งลิบและโจทก์ร่วมรับผิด ซึ่งแปลว่ารับผิดตามส่วนของตนที่เป็นหนี้ ซึ่งแบ่งแยกได้ โจทก์ขอไถ่ถอนจำนองทั้งหมดเพื่อขายทอดตลาด โจทก์ร้องต่อศาลให้เรียกจำเลยมาสอบถามและขอไถ่ถอนจำนอง จำเลยไม่ยอม ศาลสั่งให้คู่ความไปดำเนินการตามสิทธิของตัว โจทก์จึงมาฟ้อง ขอให้ห้ามการขายทอดตลาดให้จำเลยรับเงิน ๗๐,๐๐๐ บาทและดอกเบี้ย เป็นการไถ่ถอนทรัพย์จำนองและปลดจำนองให้โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ยอมรับผิดชอบในหนี้ทั้งสิ้น และศาลพิพากษาให้โจทก์ร่วมใช้หนี้ให้จำเลย ๘๙๒,๙๗๖ บาท ๗๐ สตางค์

โจทก์ฟ้องซ้ำ วันนัดพร้อม คู่ความรับกันว่าคดีนี้เกี่ยวเนื่องมาจากคดีแดงที่ ๒๐/๒๕๑๐ ทั้งสองฝ่ายตกลงสละประเด็นข้ออื่นเสีย ขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเพียงประเด็นเดียวว่าโจทก์จะต้องรับผิดตามคำพิพากษาในคดีดังกล่าวต่อจำเลยในฐานะลูกหนี้ร่วม เป็นจำนวนเท่าใด ซึ่งเป็นการแปลคำพิพากษาในคดีดังกล่าว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าในคดีแพ่งแดงที่ ๒๐/๒๕๑๐ ศาลพิพากษาให้โจทก์รับผิดในฐานะลูกหนี้ร่วม โจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกา จึงต้องรับผิดเต็มจำนวนในฐานะลูกหนี้ร่วม พิพากษายกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องซ้ำ พิพากษายืนในผล

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาต่อมา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาในสำนวนคดีแดงที่ ๒๐/๒๕๑๐ ของศาลชั้นต้น ซึ่งโจทก์ชอบที่จะดำเนินการในสำนวนคดีดังกล่าวนั้น การที่โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีก่อน กลับมาฟ้องจำเลยซึ่งเป็นโจทก์ในคดีก่อน เกี่ยวกับหนี้จำนองซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยรับชำระหนี้รายเดียวกันนี้อีก ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่าโจทก์ฟ้องซ้ำ เพราะเป็นคู่ความเดียวกัน และศาลต้องวินิจฉัยในคดีนี้โดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกับคดีก่อน จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ การฟ้องซ้ำเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อเห็นสมควรศาลก็ยกขึ้นวินิจฉัยแล้วพิพากษาคดีไปได้

เมื่อฟังว่าโจทก์ฟ้องซ้ำแล้ว ก็ไม่ต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ข้อต่อไป แต่เพื่อความยุติธรรม เห็นสมควรอธิบายในที่นี้ด้วยว่าในคดีก่อนนั้น แม้ศาลชั้นต้นจะได้พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงินให้โจทก์ ซึ่งเท่ากับให้จำเลยร่วมกันในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมของโจทก์ตามคำพิพากษาก็ตาม แต่ฟ้องของโจทก์ก็บรรยายไว้ชัดแจ้งว่าจำเลยที่ ๒ (คือโจทก์ในคดีนี้) จำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อเป็นประกันจำเลยที่ ๑ เป็นจำนวนเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท และจำเลยที่ ๒ให้การรับว่าได้จำนองไว้ในวงเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท ได้ชำระให้โจทก์แล้ว๒๐,๐๐๐ บาท คงเหลือ ๗๐,๐๐๐ บาท จะขอทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์โดยผ่อนชำระเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อมาศาลชั้นต้นได้จดรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๐๘ว่า

"ฯลฯ โจทก์ไม่ขอสืบเกี่ยวแก่จำเลยที่ ๒ เพราะจำเลยที่ ๒ ให้การว่าได้ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ตามฟ้องโจทก์จริงแต่ได้ชำระหนี้ให้แล้ว๒๐,๐๐๐ บาท ซึ่งได้ตรวจหลักฐานแล้ว จำเลยที่ ๒ ได้ชำระแล้วเช่นนั้นจริงโจทก์จึงขอสืบพยานเกี่ยวแก่จำเลยที่ ๓ คนเดียว" ได้ความดังกล่าวนี้จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ชอบจะดำเนินการในสำนวนคดีก่อนเพื่อให้ศาลวินิจฉัยว่าโจทก์จะต้องรับผิดในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมตามคำพิพากษาเป็นจำนวนเงินเท่าใดหรือไม่ ตลอดจนใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาในคดีก่อนเช่นเดียวกัน แม้คดีก่อนจะได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว แต่ในชั้นบังคับคดี เมื่อมีเหตุอันควรสงสัย คู่ความย่อมมีสิทธิร้องขอให้ศาลอธิบายคำพิพากษาได้โดยไม่ต้องมาฟ้องใหม่

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ชวน พูนคำ · อุดม เพชรคุปต์ · กฤษณ์ โสภิตกุล
Lower court
ศาลจังหวัดลพบุรี - นายสีนวล คงลาภ
ศาลอุทธรณ์ - นายเสนาะ เอกพจน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2555 (ref. 554419)

แม้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 14 และที่ 15 ไม่ได้เข้าร่วมประชุมในการประชุมของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า แต่คดีนี้เป็นคดีที่โจทก์ทั้งสามสำนวนในฐานะผู้ร้องขอต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าใ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2548 (ref. 267961)

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้บุกรุกเข้าไปในบริเวณอุทยานประวิติศาสตร์ศรีสัชนาลัยซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่ในความครอบครองดูแลรักษาและใช้ประโยชน์ของกรมศิลปากรโจทก์ที่ 2 และเป็นกรรมสิทธิ์ของก…

Supreme Court Judgment No. 1351/2546

โจทก์เป็นแต่เพียงผู้ประกอบธุรกิจตัวแทนของผู้ขนส่งในราชอาณาจักร เนื่องจากผู้ประกอบกิจการรับขนของทางทะเลมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ จึงมอบให้โจทก์เป็นผู้ดำเนินการต่าง ๆ ที่ท่าต้นทางแทน โดยโจทก์จะได้รับบำเ…

Supreme Court Judgment No. 1447/2543

ที่ดินของโจทก์ ที่ดินของ ก. และที่ดินของจำเลยไม่มีทางออกสู่ถนนสาธารณะ ช. มารดาของโจทก์ ก. จำเลย และ ฉ. จึงได้ตกลงทำทางพิพาทเพื่อให้ครอบครัวของ ช. จำเลย และ ก. ใช้เป็นทางเข้าออกสู่ถนนร่วมกัน โดย ช. เป็…

Supreme Court Judgment No. 1304/2543

แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ตามที่จำเลยที่ 1 กล่าวอ้างว่า คดีอยู่ระหว่างจำเลยที่ 1 ผ่อนชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลพิพากษาตามยอมและจำเลยที่ 1 ยังมิได้ผิดนัด การที่โจทก์มีหนังสือขอให้ศาลจังหว…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up