Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 788/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คำพิพากษาระบุลำดับขั้นตอนการบังคับคดีไว้ จึงต้องปฏิบัติไปตามขั้นตอนนั้น ศาลต้องออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาในหนี้อันดับแรก จำเลยจะเลือกปฏิบัติขอชำระหนี้ในลำดับที่สองและจะขอให้บังคับคดีเกินไปจากคำพิพากษาหาได้ไม่ ทั้งคำขอของจำเลยเกินขอบเขตอำนาจของกฎหมายเพราะผู้ที่ขอให้บังคับคดีได้ต้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 และ 275

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยรังวัดแบ่งแยกและโอนที่ดินส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 8684 ตำบลบางครุ อำเภอพระประแดงจังหวัดสมุทรปราการ เนื้อที่ 40 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านเลขที่ 96/81 ให้แก่โจทก์ โดยให้จำเลยรับเงินจำนวน 120,000 บาท จากโจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากสภาพแห่งหนี้ไม่อาจบังคับให้จำเลยโอนที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ได้ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 480,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ต่อมาโจทก์วางเงิน 120,000 บาท ต่อศาลชั้นต้น เพื่อให้จำเลยรับไปกับขอให้จำเลยดำเนินการรังวัดแบ่งแยกและโอนที่ดินให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา

หลังจากนั้นโจทก์นำช่างรังวัดของสำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ สาขาพระประแดง ไปรังวัดที่ดินเพื่อดำเนินการแบ่งแยก ปรากฏว่าที่ดินส่วนที่จำเลยจะต้องแบ่งโอนให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาจำนวน 40 ตารางวา อยู่ในเขตโฉนดเลขที่ 8684 เพียง 27 ตารางวา ส่วนอีก 16 ตารางวาอยู่นอกเขตโฉนดจำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่สามารถรังวัดแบ่งแยกและโอนที่ดินให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาอย่างแรกได้ โดยวางเงินพร้อมดอกเบี้ยจำนวน655,110 บาท ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์รับเงินจำนวน 655,110 บาทตามคำพิพากษาอย่างหลังและรื้อถอนบ้านเลขที่ 96/81 ออกไปจากที่ดินภายใน 30 วันศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า จำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดีจึงไม่อาจขอให้บังคับคดีได้

เมื่อโจทก์ไม่ยอมรับเงินที่จำเลยนำมาวางศาลเพื่อให้โจทก์รับไป จึงให้ยกคำร้องของจำเลย และให้โจทก์ดำเนินการบังคับคดีต่อไปจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้หลังจากที่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2536 แล้วตลอดมาจนกระทั่งศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2539 ก็ยังไม่ได้มีการออกคำบังคับให้คู่ความทราบเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาดังความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 272 อันจะนำไปสู่การออกหมายบังคับคดีในอีกขั้นตอนหนึ่งในภายหลังตามความในมาตรา 271 และ 276 จนถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2539 โจทก์จึงได้นำเงินไปวางต่อศาลชั้นต้นจำนวน120,000 บาท เป็นค่าซื้อที่ดินพิพาทส่วนที่เหลือ เพื่อให้จำเลยรับไปจากศาลประหนึ่งเป็นการชำระหนี้ค่าที่ดินแก่จำเลยและในวันที่ 27 ธันวาคม2539 จำเลยได้นำเงินมาวางต่อศาลชั้นต้นจำนวน 655,110 บาท เพื่อให้โจทก์รับไปแทน

การที่จะต้องแบ่งแยกที่ดินพิพาทออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 8684 เพื่อขายแก่โจทก์ เนื่องจากที่ดินพิพาทบางส่วนซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านเลขที่ 96/81 ของโจทก์อยู่ในเขตโฉนดที่ดินของนายธำรงศักดิ์คำจัน อันเป็นบุคคลภายนอกคดี โดยปรากฏตามคำแถลงของจำเลยตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2540อีกว่า จำเลยจึงไม่มีความประสงค์จะขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์อีกต่อไปจึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้ออกคำบังคับโจทก์ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลโดยให้โจทก์รับเงินจำนวนดังกล่าว (ของจำเลย) ไปจากศาลและให้รื้อถอนบ้านเลขที่ 96/81 หรือสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาทภายใน 30 วันด้วยนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคำพิพากษาได้ระบุลำดับขั้นตอนในการบังคับคดีไว้ ในการบังคับคดีจึงต้องปฏิบัติไปตามขั้นตอนเช่นว่านั้นเมื่อโจทก์ยังประสงค์จะบังคับคดีตามคำพิพากษาในอันดับแรกโดยได้วางเงินเพื่อชำระค่าที่ดินจำนวน 120,000 บาท ศาลจะต้องออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาในหนี้อันดับแรกและดำเนินการบังคับคดีต่อไป จำเลยจะเลือกปฏิบัติขอชำระหนี้ในลำดับที่สองโดยอ้างว่าที่ดินที่จำเลยจะต้องโอนขายให้โจทก์บางส่วนอยู่ในโฉนดของบุคคลภายนอกหาได้ไม่ การดำเนินการของจำเลยเป็นการผิดขั้นตอน และคำขอของจำเลยเกินขอบเขตอำนาจของกฎหมายที่กำหนดไว้เพราะผู้ที่จะขอให้บังคับคดีได้นั้นต้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือโจทก์ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 และ 275 อีกทั้งตามคำพิพากษาก็มิได้กล่าวไว้ในเรื่องการที่จะต้องให้โจทก์รื้อถอนบ้านเลขที่96/81 ออกไปจากที่ดินพิพาทตามคำร้องของจำเลย

คำขอของจำเลยส่วนนี้จึงเป็นการขอให้บังคับคดีเกินไปจากคำพิพากษา ย่อมไม่อาจกระทำได้การที่จำเลยนำเงินจำนวนดังกล่าวมาวางไว้ต่อศาล จำเลยก็มีหน้าที่เพียงแต่เฉพาะที่จะต้องแจ้งหรือบอกกล่าวให้เจ้าหนี้หรือโจทก์ทราบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 333 วรรคสาม แล้วต้องรอว่าสิทธิของเจ้าหนี้หรือโจทก์จะระงับสิ้นไปตามมาตรา 339 หรือไม่ ในอันที่จำเลยจะได้ใช้สิทธิถอนทรัพย์คืน หรืออีกนัยหนึ่งการวางทรัพย์ของโจทก์ก็เช่นเดียวกันซึ่งจะต้องดำเนินการบังคับคดีต่อไปตามช่วงระยะเวลาในการบังคับคดีตามคำพิพากษาของโจทก์ด้วย ดังนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงชอบแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ระพิณ บุญสิทธิ์ · สุเทพ เจตนาการณ์กุล · จรัญ สิรันทวิเนติ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2564/2567

กระบวนวิธีการบังคับคดีในขั้นตอนต่าง ๆ นั้น หากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายเพราะเหตุดังกล่าวเห็นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ…

Supreme Court Judgment No. 1785/2566

การร้องขอให้บังคับคดีซึ่งต้องกระทำภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) ศาลมีอำนาจที่จะขยายหรือย่นระยะเวลาได้โดยคู่ความไม่จำต้องร้องขอ เมื่อมีพฤ…

Supreme Court Judgment No. 1467/2566

ในชั้นเดิมที่ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลชั้นที่สุดโดยตรง เพื่ออธิบายว่ากรณีจะต้องบังคับตามรูปแผนที่ตามเอกสารหมาย จ.3 และ จ.20 หรือต้องบังคับให้มีเน…

Supreme Court Judgment No. 4523/2565

แม้การบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดให้ต้องบังคับเอาแก่ทรัพย์จำนองก่อน หากไม่ครบจำนวนหนี้จึงจะบังคับเอาแก่ทรัพย์สินอื่นได้ก็ตาม แต่ทรัพย์จำนองมีราคาประเมินไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพาก…

Supreme Court Judgment No. 2040/2563

หนี้ตามคำพิพากษาเป็นหนี้เงิน เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำบังคับ เป็นกรณีที่ต้องตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ เมื่อพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาต…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up