คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 สมคบกับจำเลยที่ 2 เอาที่นาของโจทก์ไปขายให้แก่จำเลยที่ 2 ขอให้เพิกถอนจำเลยต่อสู้ว่า นาพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ขายโดยสุจริตในการพิจารณา โจทก์รับนำสืบก่อนศาลนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2492 เวลา 9.00 น. ถึงวันนัด ปรากฏว่า จนเวลา 9.35 น. ตัวโจทก์ ทนายโจทก์และพยานโจทก์ไม่มาศาล ฝ่ายจำเลยมาศาล แถลงขอให้ศาลดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่า โจทก์ขาดนัดพิจารณา ให้พิจารณาคดีจำเลยไปฝ่ายเดียว โดยนัดสืบพยานจำเลยวันที่ 25 เดือนนั้นในวันนั้นเองเวลา 10.20 น.
โจทก์ยื่นคำร้องว่า ทนายโจทก์มาศาลสายไป เพราะพอแต่งตัวเสร็จเกิดปวดท้องต้องเข้าห้องส้วม มาถึงศาลเวลา 9.45 น. ทั้งนี้เป็นการจำเป็นและพยานโจทก์มาศาลแล้ว ขอให้ศาลสั่งสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง โจทก์ยื่นคำแถลงต่อศาลอีกว่า มาศาลสายมิได้เกิดจากการจงใจ ขอให้โจทก์นำพยานเข้าสืบ ศาลสั่งรวมเรื่องไว้เมื่อสืบพยานจำเลยแล้ว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ไม่ถนัดจะฟังว่าโจทก์จงใจขาดนัดจึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่โดยให้สืบพยานโจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ เพราะปรากฏว่า ภายหลังที่ศาลสั่งแสดงว่าโจทก์ขาดนัดแล้วชั่วเวลาเพียงเล็กน้อย โจทก์มาศาลและยื่นคำร้องแสดงถึงเหตุจำเป็นที่ต้องมาศาลล่าช้ากว่ากำหนด และมีพยานมาพร้อมที่จะให้ศาลสืบต่อไปจึง
Result
พิพากษายืน