Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 785/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้ร้องได้เลิกกิจการแล้วผู้ร้องจึงไม่มีเหตุจำเป็นที่จะจ้างผู้คัดค้านต่อไป กรณีมีเหตุสมควรที่จะเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งหมดได้ ดังนี้ ที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่ากิจการของผู้ร้องจะยุบเลิกหรือหยุดดำเนินกิจการได้ต่อเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้ยุบเลิกหรือหยุดดำเนินการออกใช้บังคับ จึงไม่มีประโยชน์ที่ศาลจะวินิจฉัยเพราะการที่ผู้ร้องยุบเลิกกิจการหรือหยุดดำเนินการจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่จะต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกาหรือไม่ไม่เกี่ยวกับการที่ผู้ร้องขออนุญาตเลิกจ้างผู้คัดค้านในคดีนี้ เมื่อได้ความว่าผู้ร้องได้เลิกกิจการแล้ว ผู้ร้องก็ชอบที่จะเลิกจ้างผู้คัดค้านซึ่งเป็นคณะกรรมการลูกจ้างได้.(ที่มา-ส่งเสริม)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมีพลเรือตรีประกอบ จันทศรี เป็นผู้รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการมีอำนาจดำเนินการแทนผู้ร้องได้ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2531คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ผู้ร้องดำเนินกิจการจนถึงเดือนกันยายน 2531 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้อนุมัติเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2531 ให้ผู้ร้องหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2531 คณะกรรมการบริหารกิจการของผู้ร้องจึงมีมติให้พนักงาน ลูกจ้าง ของผู้ร้องทุกคนพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ และให้ได้รับเงินบำเหน็จ เงินชดเชย (น่าจะเป็นค่าชดเชย) ตามกฎหมายและได้เลิกจ้างลูกจ้างทุกคน ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2531 เป็นต้นไปแต่เนื่องจากลูกจ้างตามบัญชีรายชื่อท้ายคำร้องเป็นคณะกรรมการลูกจ้าง

การเลิกจ้างต้องขออนุญาตจากศาล ผู้ร้องจึงขอให้ศาลอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างลูกจ้างดังกล่าว โดยให้มีผลย้อนหลังถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2531 ด้วย กรรมการลูกจ้างที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 และที่ 10 ยื่นคำร้องคัดค้านว่า การที่ผู้ร้องจะหยุดดำเนินกิจการและโอนกิจการให้บุคคลอื่นตามมติของคณะรัฐมนตรี โดยได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้นหาทำได้ไม่ การที่ผู้ร้องจะยุบเลิกหรือหยุดดำเนินกิจการจะต้องตราออกเป็นพระราชกฤษฎีกา เพราะมติของคณะรัฐมนตรีไม่ใช่กฎหมาย การหยุดดำเนินกิจการและโอนกิจการให้บุคคลอื่น จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายถือได้ว่าผู้ร้องยังไม่มีการหยุดดำเนินกิจการแต่อย่างใด ทั้งผู้ร้องยังไม่หยุดดำเนินกิจการผู้ร้องยังคงเปิดดำเนินกิจการและยังมีพนักงานทำงานอยู่กับผู้ร้อง

การที่ผู้ร้องจะเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้าง จะต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน เมื่อศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้เลิกจ้างแล้ว ผู้ร้องจึงจะเลิกจ้างได้แม้ผู้ร้องจะได้รับอนุญาตจากศาลให้เลิกจ้างผู้คัดค้านได้ผู้ร้องจะต้องมีคำสั่งเลิกจ้างอีกครั้งหนึ่ง หามีผลย้อนหลังถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2531 ตามที่ผู้ร้องขอไม่ กรรมการลูกจ้างที่ 2 ที่ 4 ที่ 6 ถึงที่ 9 และที่ 11 ไม่คัดค้าน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่า 'ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ร้องเลิกกิจการและเลิกจ้างลูกจ้างทั้งหมด ไม่ประกอบกิจการต่อไป ซึ่งผู้ร้องสามารถกระทำได้เพราะเป็นรัฐวิสาหกิจต้องปฏิบัติตามมติของคณะรัฐมนตรี เมื่อผู้ร้องไม่มีเหตุจำเป็นที่จะจ้างผู้คัดค้านต่อไป จึงมีเหตุสมควรที่จะเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งหมดได้ จึงมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างคณะกรรมการลูกจ้าง คือ ผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 11 ได้ ส่วนที่ผู้ร้องขอให้การเลิกจ้างมีผลย้อนหลังเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2531ด้วย ให้ยกเสีย ผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 และที่ 10 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า 'ผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 3 ที่ 5และที่ 10 อุทธรณ์ว่าการจัดตั้งกิจการผู้ร้องซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเป็นการจัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การผลิตอาหารสำเร็จรูป พ.ศ. 2498 การจัดตั้งกิจการดังกล่าวต้องอาศัยอำนาจของกฎหมาย มิใช่เป็นการจัดตั้งขึ้นตามมติของคณะรัฐมนตรีดังนั้น การที่กิจการของผู้ร้องจะยุบเลิกหรือหยุดดำเนินกิจการก็ต้องอาศัยอำนาจของกฎหมายโดยต้องตราออกมาเป็นพระราชกฤษฎีกา ให้ยุบเลิกหรือหยุดดำเนินกิจการของผู้ร้องเท่านั้น การที่ผู้ร้องต้องหยุดดำเนินกิจการตามมติของคณะรัฐมนตรี จึงหาอาจทำได้ไม่ เพราะว่ามติของคณะรัฐมนตรีไม่ใช่กฎหมาย จึงถือได้ว่าผู้ร้องยังมิได้มีการหยุดดำเนินกิจการแต่อย่างใด

การที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้ง 11 คน จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายพิเคราะห์แล้วเห็นว่าศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้ร้องได้เลิกกิจการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2531 ผู้ร้องจึงไม่มีเหตุจำเป็นที่จะจ้างผู้คัดค้านต่อไป กรณีมีเหตุสมควรที่จะเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งหมดได้ ดังนี้ ที่ผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 3ที่ 5 และที่ 10 อุทธรณ์ว่ากิจการของผู้ร้องจะยุบเลิกหรือหยุดดำเนินกิจการได้ ต่อเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้ยุบเลิกหรือหยุดดำเนินการออกใช้บังคับจึงไม่มีประโยชน์ที่ศาลจะวินิจฉัยเพราะการที่ผู้ร้องยุบเลิกกิจการหรือหยุดดำเนินการจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จะต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกาหรือไม่ไม่เกี่ยวกับการที่ผู้ร้องขออนุญาตเลิกจ้างผู้คัดค้านในคดีนี้ เมื่อได้ความว่าผู้ร้องได้เลิกกิจการแล้วจริงตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2531 ผู้ร้องก็ชอบที่จะเลิกจ้างผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 และที่ 10 ซึ่งเป็นคณะกรรมการลูกจ้างได้...'

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · มาโนช เพียรสนอง · ศิลปชัย มัทธุรศ
Source
ADMINแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4004/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้าง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ขออนุญาตศาลแรงงานก่อนตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 เป็นการขัดต่อกฎหมาย ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน และให้จ่ายค่าเสียหาย…

Supreme Court Judgment No. 4511/2541

คดีแดงที่ 4511-4512/2541 อุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่ว่า ตามคำร้องของผู้ร้องอ้างเหตุภาวะเศรษฐกิจถดถอย เป็นเหตุให้ผู้ร้องตกอยู่ในภาวะคับขันจำเป็นต้องกำหนดมาตรการลดค่าใช้จ่ายโดยลดอัตรากำลังคน เป็นการกล่าวอ้า…

Supreme Court Judgment, B.E. 2541 (ref. 47332)

อุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่ว่า ตามคำร้องของผู้ร้องอ้างเหตุภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นเหตุให้ผู้ร้องตกอยู่ในภาวะคับขันจำเป็นต้องกำหนดมาตรการลดค่าใช้จ่ายโดยลดอัตรากำลังคน เป็นการกล่าวอ้างที่เลื่อนลอย ไม่ระบุว่าเศ…

Supreme Court Judgment No. 2222/2538

เมื่อลูกจ้างผู้คัดค้านมิได้กล่าวไว้แจ้งชัดในอุทธรณ์ว่า การที่ศาลแรงงานมิได้วินิจฉัยถึงการเตือนของนายจ้างผู้ร้องตามข้อเท็จจริงและเอกสารที่อ้าง เป็นการผิดต่อกฎหมายอย่างไร และมีผลต่อคดีอย่างไร จึงเป็นอุท…

Supreme Court Judgment No. 3027/2538

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเท่าใดกำหนดจ่ายค่าจ้างเมื่อใด สหภาพแรงงานแต่งตั้งโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้างเมื่อใด รวมทั้งวันที่จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โดยมิได้ขออนุญาต…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up