Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7844/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ทั้งสามและจำเลยที่ 2 ต่างเป็นทายาทโดยธรรมของ พ. เจ้ามรดกลำดับเดียวกัน ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งมรดกเท่ากัน ทั้งมีสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการมรดกที่ยังไม่ได้แบ่งร่วมกันจนกว่าจะแบ่งมรดกแล้วเสร็จ จึงถือได้ว่าโจทก์ทั้งสามและจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาทเท่า ๆ กัน การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของ พ. โอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 แต่เพียงผู้เดียวโดยไม่ได้รับความยินยอมจากทายาททุกคน จึงเป็นการปฏิบัติผิดหน้าที่ผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1719 ดังนั้น โจทก์ทั้งสามในฐานะทายาทโดยธรรมผู้มีส่วนได้เสียและมีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกย่อมฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกที่จำเลยที่ 1 โอนให้แก่จำเลยที่ 2 แต่ผู้เดียวจากจำเลยที่ 2 ได้ตามมาตรา 1745 ประกอบมาตรา 1363 เมื่อโจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำการโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 แต่เพียงผู้เดียวซึ่งไม่ถูกต้อง จึงเป็นคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก กำหนดอายุความต้องบังคับตามมาตรา 1733 วรรคสอง หาใช่บังคับตามมาตรา 1754 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 1755

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสามฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 124 (ที่ถูก โฉนดที่ดินเลขที่ 1800) ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเพิ่มและจำเลยที่ 2 ในฐานะเป็นผู้มีชื่อเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 1800 ใส่ชื่อของโจทก์ทั้งสามเป็นเจ้าของร่วมกันในที่ดินตามโฉนดเลขที่ 1800 ดังกล่าว หากจำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง ให้โจทก์ทั้งสามไปดำเนินการฝ่ายเดียว จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 124 ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี (โฉนดที่ดินเลขที่ 1800 ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี) กับให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเพิ่ม ดำเนินการใส่ชื่อโจทก์ทั้งสามเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินข้างต้น หากจำเลยที่ 1 ไม่ดำเนินการให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ โดยอธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 อนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะส่วนที่พิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 124 ตำบลไทรโยค

อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ให้จำเลยที่ 2 ไปดำเนินการจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ทั้งสามเป็นเจ้าของรวมในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 124 ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี (โฉนดที่ดินเลขที่ 1800 ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี) คนละหนึ่งในห้าส่วน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ที่ 1 ถึงแก่ความตาย นางสาวสริตา บุตรของโจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้นางสาวสริตาเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ที่ 1 ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 2 ในปัญหาข้อกฎหมายเพียงประการเดียวว่า คดีโจทก์ทั้งสามขาดอายุความหรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า โจทก์ทั้งสามและจำเลยที่ 2 ต่างเป็นทายาทของนายเพิ่มเจ้ามรดก โจทก์ทั้งสามฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกจากจำเลยที่ 2 เกิน 1 ปี นับแต่นายเพิ่มตาย คดีโจทก์ทั้งสามขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 1755 มิใช่กรณีที่มีอายุความ 5 ปี ตามมาตรา 1733 วรรคสอง ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238 ประกอบมาตรา 247 คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ฟังข้อเท็จจริงว่า

โจทก์ที่ 2 เป็นภริยาของนายเพิ่มเจ้ามรดก นายเพิ่มถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2548 โจทก์ที่ 2 มีบุตรกับนายเพิ่มรวม 4 คน คือ โจทก์ที่ 1 ที่ 3 และจำเลยทั้งสองตามบัญชีเครือญาติ จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนายเพิ่ม เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2549 ตามคำสั่งศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2551 ในขณะที่ที่ดินพิพาทมีเอกสารสิทธิเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ต่อมาจำเลยที่ 2 ขอออกโฉนดสำหรับที่ดินพิพาทเป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 1800 ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2551 ตามสำเนาโฉนดที่ดินเลขที่ 1800 และสำเนาหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 124 (รวม 5 แผ่น)

โจทก์ทั้งสามยังไม่ได้รับส่วนแบ่งมรดกของนายเพิ่ม เห็นว่า เมื่อโจทก์ทั้งสามและจำเลยที่ 2 ต่างเป็นทายาทโดยธรรมของนายเพิ่มเจ้ามรดกลำดับเดียวกัน โจทก์ทั้งสามและจำเลยที่ 2 ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งมรดกทั้งหมดเท่ากัน อีกทั้งมีสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่งร่วมกันจนกว่าจะได้แบ่งมรดกแล้วเสร็จ จึงถือได้ว่าโจทก์ทั้งสามและจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาทเท่า ๆ กัน การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเพิ่มโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 แต่เพียงผู้เดียวโดยไม่ได้รับความยินยอมจากทายาททุกคน จึงเป็นการปฏิบัติผิดหน้าที่ผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1719 ดังนั้น โจทก์ทั้งสามในฐานะทายาทโดยธรรมผู้มีส่วนได้เสียและมีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกย่อมฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกที่จำเลยที่ 1 โอนให้แก่จำเลยที่ 2 แต่ผู้เดียวจากจำเลยที่ 2 ได้ตามมาตรา 1745 ประกอบมาตรา 1363 คำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยที่ 2 อ้าง ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้

เมื่อโจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำการโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 แต่เพียงผู้เดียวซึ่งไม่ถูกต้องจึงเป็นคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก กำหนดอายุความต้องบังคับตามมาตรา 1733 วรรคสอง หาใช่บังคับอายุความตามมาตรา 1754 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 1755 ดังที่จำเลยฎีกาไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยว่าคดีโจทก์ทั้งสามยังไม่ขาดอายุความนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ปดารณี ลัดพลี · ชัยรัตน์ ศิลาลาย · ปานนท์ กัจฉปานันท์
Lower court
ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายสุวีร์ ตรียุทธนากุล
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นางสุวิชา นาควัชระ
Supreme Court black case no.
พ.3969/2554
Trial court black case no.
พ69/2552
Trial court red case no.
พ402/2553
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4268/2562

จำเลยที่ 1 และ ก. อยู่กินฉันสามีภริยากันมาตั้งแต่ปี 2496 ภายหลังพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พุทธศักราช 2477 โดยมิได้จดทะเบียนสมรส แต่จำเลยที่ 1 ได้เข้าครอบครองทำป…

Supreme Court Judgment No. 2239/2559

ป.พ.พ. มาตรา 1733 วรรคสอง บัญญัติว่า "คดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกนั้น มิให้ทายาทฟ้องเกินกว่าห้าปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง" เห็นว่า แม้บทบัญญัติดังกล่าวจะเป็นบทจำกัดอายุความฟ้องร้องเป็นกรณีพิเศษ ให้ท…

Supreme Court Judgment No. 2434/2549

โจทก์เป็นบุตรของนาง ศ. จึงเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกในที่ดินพิพาทส่วนของนาง ศ. เมื่อโจทก์ไปขอให้จำเลยดำเนินการแบ่งแยกที่ดินพิพาทแก่โจทก์แต่จำเลยเพิกเฉย ถือว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว โจทก์จึงมีอำ…

Supreme Court Judgment No. 2671/2548

ที่ดินพิพาททั้ง 4 แปลง และเงินสดจำนวน 200,000 บาท ที่ ล. แบ่งให้จำเลยเป็นทรัพย์มรดกของ ก. โจทก์ทั้งสามในฐานะทายาทโดยธรรมเช่นเดียวกับจำเลยย่อมมีสิทธิที่จะได้รับมรดกดังกล่าวด้วย การที่ ล. ฟ้องจำเลยเป็นอ…

Supreme Court Judgment No. 2367/2530

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ แต่ให้ยกฟ้องโจทก์เพราะเหตุอื่น โจทก์แต่ฝ่ายเดียวอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นว่า "ศาลชั้นต้นวินิจฉัยในตอนต้น ว่า คดีไม่ขาดอายุความแล้ววินิจฉัยต่อมาว่า…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up