Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7800/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สายลับแนะนำให้ผู้ล่อซื้อรู้จักกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภริยาจำเลยที่ 3 ต่อจากนั้นจำเลยที่ 1 แนะนำจำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้รู้จักกับผู้ล่อซื้อ ส่วนเหตุการณ์ในขณะซื้อขายเมทแอมเฟตามีน จำเลยที่ 3 ก็อยู่ด้วยและช่วยในการเจรจา ในที่สุดตกลงซื้อขายกัน จำเลยที่ 4 หยิบตัวอย่างเมทแอมเฟตามีนจำนวน 2 เม็ด มาให้ดู โดยนัดหมายกันว่าจำเลยที่ 1 จะนำเมทแอมเฟตามีนที่ตกลงซื้อขายกันมาส่งมอบให้ในวันรุ่งขึ้น หลังจากจับกุมจำเลยที่ 1 และที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 2 บอกว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 นำเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวมาจากบ้านของจำเลยที่ 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงไปค้นบ้านของจำเลยที่ 1 เมื่อไปถึงพบจำเลยที่ 3 และที่ 4 อยู่ที่นั่น ผลการตรวจค้นบ้านของจำเลยที่ 1 พบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 360 เม็ด บรรจุอยู่ในขวดกาแฟซุกซ่อนอยู่บริเวณข้างบ้านและยังพบโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่อง ที่ตัวจำเลยที่ 3 ซึ่งจำเลยที่ 3 เคยใช้โทรศัพท์ดังกล่าวติดต่อกับผู้ล่อซื้อในการซื้อขายเมทแอมเฟตามีนตอนแรก ในชั้นจับกุมจำเลยที่ 3 ก็ให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนและมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ความผิดฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกิน 100 กรัม ตามมาตรา 66 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มีระวางโทษ จำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยทั้งสี่ในความผิดฐานนี้ให้จำคุกคนละ 11 ปี ก่อนลดโทษให้จึงต่ำกว่าโทษขั้นต่ำตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ แต่โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ฎีกาในปัญหานี้ ศาลฎีกาจึงไม่อาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ เพราะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 83 ป.วิ.อ. Section 195 ป.วิ.อ. Section 212 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 Section 15 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 Section 66

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ , ๗ , ๘ , ๑๕ , ๖๖ , ๖๗ , ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ , ๓๓ , ๕๘ , ๘๓ , ๙๑ , ๙๒ ริบเมทแอมเฟตามีนและโทรศัพท์มือถือหมายเลข ๐๑ - ๙๐๖๓๔๑๒ จำนวน ๑ เครื่อง ของกลาง จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ , ๗ , ๘ , ๑๕ วรรคสอง , ๖๖ วรรคสอง , ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ , ๓๓ , ๘๓ การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นความผิดหลายกรรมเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนวางโทษจำเลยทั้งสี่จำคุกตลอดชีวิต ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกคนละ ๑๑ ปี จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณา ส่วนจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ คนละกึ่งหนึ่ง ส่วนจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบด้วยมาตรา ๕๓ ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน

จำคุกจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีกำหนดคนละ ๒๕ ปี จำคุกจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ มีกำหนดคนละ ๓๓ ปี ๔ เดือน ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีกำหนดคนละ ๕ ปี ๖ เดือน จำคุกจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ มีกำหนดคนละ ๗ ปี ๔ เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีกำหนดคนละ ๓๐ ปี ๖ เดือน จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ มีกำหนดคนละ ๔๐ ปี ๘ เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนและโทรศัพท์มือถือ หมายเลข ๐๑ - ๙๐๖๓๔๑๒ จำนวน ๑ เครื่อง ของกลาง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า?

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสี่พร้อมยึดได้เมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑๐,๓๖๐ เม็ด และโทรศัพท์มือถือ หมายเลข ๐๑ - ๙๐๖๓๔๑๒ จำนวน ๑ เครื่อง ของจำเลยที่ ๓ เป็นของกลาง คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๓ ว่า จำเลยที่ ๓ ได้ร่วมกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนายดาบตำรวจสวัสดิ์ สิงขิบุตร เป็นประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่า เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๑ เวลาประมาณ ๑๗ นาฬิกา สายลับได้พาพยานซึ่งปลอมตัวเป็นพ่อค้าเพื่อล่อซื้อยาเสพติดให้โทษจากจำเลยที่ ๑ ไปพบจำเลยที่ ๑ ที่บ้าน สายลับแนะนำพยานให้รู้จักจำเลยที่ ๑ จากนั้นจำเลยที่ ๑ ก็แนะนำจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ให้พยานรู้จักแล้วจึงเจรจาซื้อขายเมทแอมเฟตามีนกันซึ่งขณะนั้นจำเลยที่ ๓ ก็อยู่ด้วยและช่วยในการเจรจา ในที่สุดตกลงซื้อขายกันจำนวน ๕ มัด แต่ละมัดมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๒,๐๐๐ เม็ด

ราคามัดละ ๙๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๔๕๐,๐๐๐ บาท และจำเลยที่ ๔ ได้หยิบตัวอย่างเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๒ เม็ด มาให้พยานดูด้วยแต่ขณะนั้นยังไม่มีของ จำเลยที่ ๑ จะนำเมทแอมเฟตามีนตามจำนวนที่ตกลงซื้อขายกันมาส่งมอบให้พยานในวันรุ่งขึ้น ซึ่งความข้อนี้ พันตำรวจโทสายัณห์ ปาลวัฒน์ พยานโจทก์อีกปากหนึ่งก็เบิกความสนับสนุนว่า เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๔๑ พยานได้รับแจ้งจากนายดาบตำรวจสวัสดิ์ ว่า นายดาบตำรวจสวัสดิ์ได้เจรจาซื้อขายเมทแอมเฟตามีนกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ แล้ว ในวันดังกล่าวจำเลยที่ ๔ ได้นำตัวอย่างมาให้ดูจำนวน ๒ เม็ด นอกจากนี้ข้อเท็จจริงก็ยังได้ความจากนายดาบตำรวจสวัสดิ์กับพันตำรวจโทสายัณห์ พยานโจทก์ต่อไปอีกว่า ในวันเกิดเหตุหลังจากพยานโจทก์ทั้งสองกับพวกจับกุมจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ แล้ว

พันตำรวจโทสายัณห์ได้สอบถามจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ บอกว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ นำเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวมาจากบ้านของจำเลยที่ ๑ ซึ่งได้มีการซุกซ่อนไว้ก่อนที่จะนำมามอบให้นายดาบตำรวจสวัสดิ์พยานโจทก์ทั้งสองพร้อมชุดจับกุมจึงไปค้นบ้านของจำเลยที่ ๑ เมื่อไปถึงพบจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ซึ่งเคยร่วมในการเจรจาซื้อขายเมทแอมเฟตามีนกับนายดาบตำรวจสวัสดิ์มาแล้ว และผลการตรวจค้นบ้านของจำเลยที่ ๑ พบเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๓๖๐ เม็ด บรรจุอยู่ในขวดกาแฟซุกซ่อนอยู่บริเวณข้างบ้านในกองไม้มันสำปะหลัง และยังพบโทรศัพท์มือถือ หมายเลข ๐๑ - ๙๐๖๓๔๑๒ อีก ๑ เครื่อง ที่ตัวจำเลยที่ ๓ ซึ่งจำเลยที่ ๓ เคยใช้โทรศัพท์ดังกล่าวติดต่อกับนายดาบตำรวจสวัสดิ์

พยานโจทก์ในการซื้อขายเมทแอมเฟตามีนตอนแรก กรณีน่าเชื่อว่า พยานโจทก์ทั้งสองปากเบิกความตามที่ได้รู้เห็นมาจริง ประกอบกับในชั้นจับกุมจำเลยที่ ๓ ก็ให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ. ๓ พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักมั่นคง ส่วนพยานหลักฐานของจำเลยที่ ๓ เท่าที่นำสืบมานั้นไม่มีน้ำหนักพอที่จะหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ข้อเท็จจริงแห่งคดีจึงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นสามีของจำเลยที่ ๑ ได้ร่วมกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ กระทำผิดตามฟ้อง?

อนึ่ง ความผิดฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกิน ๑๐๐ กรัม ตามมาตรา ๖๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ นั้น ให้ระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต แต่ศาลชั้นต้นวางโทษจำเลยทั้งสี่ในความผิดฐานนี้ให้จำคุกคนละ ๑๑ ปี ก่อนลดโทษให้จึงต่ำกว่าโทษขั้นต่ำตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ เมื่อโจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ฎีกาในปัญหานี้ ศาลฎีกาจึงไม่อาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๒ ประกอบมาตรา ๒๒๕

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ไพศาล เจริญวุฒิ · วิชัย วิสิทธวงศ์ · จรูญวิทย์ ทองสอน
Lower court
ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายสมยศ ใจสำราญ
ศาลอุทธรณ์ - นายปิ่น ศรีเมือง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 10521/2554

แม้โจทก์ไม่ได้บรรยายว่าเมทแอมเฟตามีน 30 เม็ด ที่จำหน่ายให้แก่สายลับมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เท่าใด แต่โจทก์บรรยายฟ้องมาแล้วว่า เมทแอมเฟตามีนของกลาง 160 เม็ด ที่จำเลยที่ 1 มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่…

Supreme Court Judgment No. 8688/2544

ขณะที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีจำเลยที่ 3 เสียจากสารบบความ เพราะจำเลยที่ 3 ถึงแก่ความตายนั้น เป็นเวลาภายหลังจากศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 แล้ว และอยู่ระหว่างส่งสำเนาให้โจทก์แก้ คดีจึงอยู…

Supreme Court Judgment No. 712/2559

จำเลยที่ 2 สั่งซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางจาก อ. ชาวลาวให้ส่งเมทแอมเฟตามีนนั้นจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเข้ามาในประเทศไทย โดยไม่ได้ความว่าจำเลยที่ 2 กับ อ. เป็นพวกเดียวกันและได้วางแผนแบ่งหน้าที่กั…

Supreme Court Judgment No. 2856/2559

เจ้าพนักงานตำรวจจับกุม ด. ได้พร้อมเมทแอมเฟตามีน 1,570 เม็ด และอาวุธปืน ในระหว่างที่ ด. ถูกควบคุมตัวจำเลยที่ 4 โทรศัพท์สั่งซื้อเมทแอมเฟตามีนจาก ด. ด.ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงานตำรวจสั่งซื้อเมทแอมเฟตาม…

Supreme Court Judgment No. 13926/2556

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 40 1/2 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าว คดีของจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนยุติตามคำพ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up