เนื้อความคำพิพากษา
โจทฟ้องว่า จำเลยหมิ่นประมาทนายประพันธ์ นายลาบ นายตาม ซึ่งเปนกัมการตรวดสวนครัวโดยจำเลยชี้แมวและสุนัขไห้กัมการดู และกล่าวว่า "นั่นแหละคือสัตว์เลี้ยง คือหมาและแมว ถึงกินไม่ได้ก็เลี้ยงเอาไว้ดี" ขอไห้ลงโทสตาม ม.๑๑๖ - ๓๓๙ (๒) สาลชั้นต้นลงโทสตาม ม. ๑๑๖ - ๕๙จำเลยอุธรน์ สาลอุธรน์เห็ฯว่าคนทั้งสามนั้นไม่ได้เปนกรมการจังหวัดหรือกรมการอำเพอซึ่งเปนเจ้าพนักงานตามตำแหน่ง และฟังไม่ได้ว่าข้าหลวงประจำจังหวัดมีอำนาดแต่งตั้ง ส่วนที่สาลชั้นต้นอ้างว่านายตามเปนเทสมนตรีจึงเปนเจ้าพนักงานนั้น โจทไม่ได้กล่าวไนฟ้อง ที่โจทแถลงต่อสาลพายหลังว่า นายตามเปนเทสมนตรีนั้น เปนการนอกเหนือประเด็นที่โจทกล่าวไนฟ้อง ที่สาลสอบจำเลยไนข้อนี้ก็ไม่ชอบเพราะเพื่อประโยชน์เพิ่มเติมคดีโจทที่บกพร่องต้องห้ามตาม
ป.ม. วิธีพิจารนาความอาญา ม.๒๓๕ คดีฟังไม่ได้ว่าคนทั้งสามเปนเจ้าพนักงาน และถ้อยคำที่กล่าวก็ไม่เปนคดีหมิ่นประมาท จึงพิพากสายกฟ้อง โจทดีกา สาลดีกาวินิฉัยว่า คดีฟังไม่ได้ว่าคนทั้งสามเปนเจ้าพนักงาน ส่วนหนังสือกะซวงมหาดไทยที่โจทอ้างก็มิแต่ว่าไห้คนะกรมการจังหวัดพิจารนาตั้งกัมการ มิไช่ไห้อำนาดแก่ข้าหลวงโดยฉเพาะ ส่วนที่ว่านายตามเปนเทสมนตรีย่อมเปนเจ้าพนักงานนั้นเปนข้อนอกฟ้องนอกประเด็นรับฟังเปนโทสแก่จำเลยไม่ได้เพราะชัดต่อมาตรา ๒๓๕ แห่ง ป.ม. วิธีพิจารนาความอาญา ข้อหาตามมาตรา ๑๑๖ จึงตกไป ส่วนข้อหาตามมาตรา ๓๓๙ (๒) นั้นเห็นว่าถ้อยคำที่จำเลยกล่าวเปนทำนองประชดไม่ถึงขนาดเปนหมิ่นประมาทจึงพิพากสายืนตามสาลอุธรน์(ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ-ชม จามรมาน-ท.อ.บุปผเวส.)นายกระแม้ วัชราภัย - นายไหย่ ลพานุกรม -