คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้เช่าแผงลอยเลขที่ ๗๙ สี่แยกมหานาค จากกรมประชาสงเคราะห์เพื่อจำหน่ายของชำแต่ พ.ศ.๒๔๙๒ ตลอดมาจนถึงวันฟ้อง แต่โจทก์ป่วยค้าไม่ได้จำเลยขอเป็นคนเฝ้าและประกอบอาชีพในแผงลอยแทนชั่วคราว โจทก์ต้องการเมื่อไรจะย้ายออกกไป โจทก์บอกให้จำเลยออกจำเลยไม่ยอมออก จึงขอให้ศาลขับไล่ จำเลยต่อสู้ว่าไม่เคยขอเฝ้าและขออาศัยประกอบอาชีพ จำเลยได้เข้าครอบครองอยู่อาศัยและค้าขายของชำในร้านรายพิพาทตั้งแต่ก่อน พ.ศ.๒๔๙๒ จนบัดนี้ สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับกรมประชาสงเคราะห์จะมีหรือไม่ ๆ ทราบ ถ้ามีก็ทำแทนจำเลย จำเลยเป็นผู้เช่าจากกรมประชาสงเคราะห์ แม้จะฟังว่าโจทก์ได้ทำสัญญาเช่ากับกรมประชาสงเคราะห์ โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย เพราะจำเลยเป็นผู้ครอบครองมาก่อนที่โจทก์จะได้ทำสัญญาเช่าโจทก์ชอบที่จะไปว่ากล่าวเอากับกรมประชาสงเคราะห์ ผู้ให้เช่าฐานไม่สามารถส่งมอบสถานที่เช่าให้ได้
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากแผงลอยรายพิพาท
จำเลยอุทธรณ์ทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อ ก.ม.แต่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์เฉพาะข้อที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย เพราะจำเลยครอบครองแผงลอยรายพิพาทมาก่อนที่โจทก์จะได้ทำสัญญาเช่ากับกรมประชาสงเคราะห์โดยถือว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าแม้จำเลยจะอุทธรณ์ในเรื่องอำนาจฟ้องว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแต่จำเลยก็ยกเหตุที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนี้เพราะจำเลยครอบครองแผงลอยมาก่อนโจทก์ทำสัญญาเช่ากับกรมประชาสงเคราะห์ ตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมาว่ามี โจทก์เป็นผู้เช่าจากกรมประชาสงเคราะห์และโจทก์มิได้เช่าแทนจำเลยซึ่งเท่ากับจำเลยมิได้เช่านั่นเอง ข้ออุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นการเถียงข้อเท็จจริงต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง ม.๒๒๔ พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยตาม ป.วิ.แพ่ง ม.๒๔๒(๑)
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าข้อความที่จำเลยยกขึ้นอุทธรณ์ดังกล่าวเป็นปัญหาข้อ ก.ม.ว่าถ้าข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยครอบครองแผงลอยรายพิพาทมาก่อนที่โจทก์ทำสัญญาเช่ากับกรมประชาสงเคราะห์โจทก์จะมีอำนาจฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยหรือไม่ อุทธรณ์ข้อนี้จำเลยมิได้โต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมาว่าโจทก์เป็นผู้เช่าจากกรมประชาสงเคราะห์และโจทก์มิได้เช่าแทนจำเลย อุทธรณ์จำเลยไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง ม.๒๒๔
Result
พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาตามรูปความ.