เนื้อความคำพิพากษา
โดยคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นนายอำเภอได้เรียกพวกเจ้าของที่ดินแลห้องแถวซึ่งอยู่ในตลาดมาประชุมเพื่อขยายทางเดินในตลาดให้กว้าง นางมุ้ย โจทก์ได้ลงชื่อในการประชุมนั้นด้วย ส่วนโจทก์อื่นอีก ๓ คน ไม่ได้มาประชุมและไม่ได้ลงชื่อ จำเลยได้ปักเขตต์ทางเดินห่างหน้าถังของพวกโจทก์ ๒ ศอก โดยตลอดทั่วกัน ปัญหามีว่าฉะเพาะที่พิพาทซึ่งจำเลยได้ปักหลักเขตต์รุกที่ของพวกโจทก์ซึ่งใช้เป็นที่วางของขายมาช้านานเช่นนี้จะเป็นถนนหลวงหรือทางหลวงหรือไม่ ศาลฎีกาตัดสินว่า ที่รายพิพาทนี้อยู่ในโฉนดของโจทก์ ๆ หรือผู้เช่าได้ใช้ประโยชน์ในการวางของขายเป็นการปกครองตลอดมาจึงไม่ใช่ทางหลวงหรือถนนหลวง ส่วนการที่นางมุ้ยโจทก์ได้ลงชื่อในการประชุมเจ้าของตลาดนั้น
ยังไม่ถือว่านางมุ้ยได้สละกรรมสิทธิในที่รายนี้ให้เป็นทางหลวง เพราะไม่ได้ปฏิบัติกันตาม พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ ร.ศ. ๑๒๗ จำเลยจึงไม่มีสิทธิเอาที่ดินของพวกโจทก์เป็นถนนหลวงได้ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์รายละ ๑ บาท เพราะโจทก์ไม่ได้เสียหายอะไรเป็นแต่เพียงจำเลยเอาหลักไปปักกั้นเป็นเขตต์หวงห้ามไว้พอเป็นพิธีเท่านั้น