Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 75/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คดีก่อน โจกท์คดีนี้ฟ้องจำเลยที่ 1 และศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์ โจทก์บังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา จำเลยที่ 2 กับพวกร้องขัดทรัพย์ในคดี ดังกล่าว โจทก์ยกข้อต่อสู้ว่าจำเลยที่ 1 สละมรดกให้แก่ผู้ร้องขัดทรัพย์ โดยสมรู้ร่วมคิดกันเพื่อมิให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ จึงมีประเด็นข้อพิพาทว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นของจำเลยที่ 1 หรือของผู้ร้องขัดทรัพย์ ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดโดยวินิจฉัยว่า ทรัพย์ที่ยึดเป็นของจำเลยที่ 2 กับพวก มิใช่ของจำเลยที่ 1 เนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้สละมรดกโดยทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ดังนั้น การที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการสละมรดกระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 อีก แม้จะอ้างเหตุเพิกถอนการฉ้อฉล แต่คดีก็มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่า การสละมรดกของจำเลยที่ 1 เป็นไปโดยชอบหรือไม่ จึงมีประเด็นข้อพิพาทที่ต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้ฟ้องให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้เงินกู้ที่จำเลยที่ 1 ยืมไปจากโจทก์เป็นเงิน 270,000 บาท ตั้งแต่ปี 2539 และศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 354,374 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 91/2544 ของศาลชั้นต้น แต่หลังจากที่จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์แล้วเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2543 จำเลยที่ 1 ได้ทำนิติกรรมที่ทำให้โจทก์เสียเปรียบโดยสละมรดกที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับในฐานะทายาทโดยธรรมจากนายชุมพลซึ่งเป็นน้องชายให้แก่จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 ไม่มีทรัพย์สินอื่นใดที่จะบังคับคดีได้ ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนนิติกรรมหนังสือสละมรดกฉบับลงวันที่ 12 มิถุนายน 2543 ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2

จำเลยทั้งสองให้การว่า หลังจากที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 91/2544 ของศาลชั้นต้นแล้ว จำเลยที่ 1 ได้แถลงต่อศาลว่าจำเลยที่ 2 เคยช่วยเหลือให้จำเลยที่ 1 กู้เงินเป็นจำนวนมาก เป็นเหตุให้จำเลยที่ 2 ต้องสละทรัพย์มรดกที่จะได้รับจากนายชุมพลตีใช้หนี้แก่จำเลยที่ 2 แต่โจทก์ยังคงดำเนินการบังคับคดีโดยยึดทรัพย์มรดกของนายชุมพลซึ่งจำเลยที่ 2 กับพวกได้ร้องขัดทรัพย์ไว้ และโจทก์สามารถต่อสู้เรื่องสิทธิเรียกร้องให้เพิกถอนการฉ้อฉลได้ในชั้นร้องขัดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 กับพวก เมื่อคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว โจทก์กลับมาฟ้องของเพิกถอนนิติกรรมการสละมรดกเป็นคดีนี้อันเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกจึงเป็นฟ้องซ้ำ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 91/2544 ชั้นร้องขัดทรัพย์ของศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 91/2544 โจทก์คดีนี้ได้ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 และศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 354,374 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ต่อมาโจทก์บังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เพื่อชำระหนี้ตามคำพิพาษา จำเลยที่ 2 กับพวกเป็นผู้ร้องขัดทรัพย์ในคดี ดังกล่าว ซึ่งโจทก์ได้ยกข้อต่อสู้ว่าการยื่นคำร้องขัดทรัพย์โดยอ้างว่าจำเลยที่ 1 สละมรดกให้แก่ผู้ร้องขัดทรัพย์ เป็นเพียงการสมรู้ร่วมคิดกันระหว่างผู้ร้องขัดทรัพย์กับจำเลยที่ 1 เพื่อมิให้โจทก์ได้รับชำระหนี้

คดีดังกล่าวจึงมีประเด็นข้อพิพาทว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นของจำเลยที่ 1 หรือของผู้ร้องขัดทรัพย์ ซึ่งศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าวได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดโดยวินิจฉัยว่า ทรัพย์ที่ยึดเป็นของจำเลยที่ 2 กับพวกซึ่งเป็นผู้ร้องขัดทรัพย์ มิใช่ของจำเลยที่ 1 เนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้แสดงเจตนาโดยชัดแจ้งสละมรดกโดยทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงเป็นการสละมรดกโดยชอบ คำพิพากษาคดีดังกล่าวจึงผูกพันคู่ความคือจำเลยที่ 2 กับพวกและโจทก์ ดังนั้น การที่โจทก์มาฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการสละมรดกระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 อีก แม้จะอ้างเหตุเพิกถอนการฉ้อฉล แต่คดีก็มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่า การสละมรดกของจำเลยที่ 1 เป็นไปโดยชอบหรือไม่ จึงเป็นคดีที่มีประเด็นข้อพิพาทที่ต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับคดีก่อนซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
บุญรอด ตันประเสริฐ · ชัชลิต ละเอียด · เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1858/2567

คดีก่อนมีประเด็นว่า โจทก์ทั้งเจ็ดมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสิบห้าออกไปจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสิบห้าได้หรือไม่ ซึ่งที่ดินพิพาทในคดีก่อนก็คือที่ดินพิพาทแปลงเดียวกันกับคดีนี้ แม้คดีน…

Supreme Court Judgment No. 883/2567

คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.951/2562 ของศาลจังหวัดทุ่งสง พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับ…

Supreme Court Judgment No. 4838/2566

ต. เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้อง ต. และผู้ร้องต่างยื่นคำร้องว่าตนได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ อันเป็นการกล่าวอ้างว่า ต. และผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทมาในระหว่างสมรส ที่ดิ…

Supreme Court Judgment No. 3956/2566

การที่โจทก์ฟ้องคดีก่อนแล้วมาฟ้องคดีนี้ แม้จำเลยที่ 2 คดีนี้และจำเลยในคดีก่อนจะเป็นนิติบุคคลแยกจากกัน แต่จำเลยในคดีก่อนและจำเลยที่ 2 คดีนี้ ต่างเป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งจะต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ พ. (จ…

Supreme Court Judgment No. 2354/2566

แม้คดีก่อนโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2559 หลังจาก พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ใช้บังคับแล้ว แต่ลูกหนี้ผิดนัดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2557 ก่อนวันที่ พ.ร.บ.…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up