Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7372/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ลงโทษจำเลย จำเลยฎีกา เมื่อคดีนี้ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ย่อมต้องห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง เมื่ออุทธรณ์ของโจทก์ทุกข้อเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามการที่ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์มาบางข้อและศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยให้จึงเป็นการไม่ชอบ แม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยให้ลงโทษจำคุกจำเลย ก็ไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่จำเลยที่จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย เนื่องจากเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่งประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15และปัญหาว่าศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์เป็นการชอบหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาชอบที่จะยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และยกฎีกาของจำเลยโดยให้ยกฟ้องตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 จำคุก 1 ปีจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องย่อมต้องห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499มาตรา 22

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์เฉพาะข้อ 2(1)ส่วนอุทธรณ์ข้ออื่นให้รับ และศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ต่อมา จึงมีปัญหาในเบื้องต้นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยมานั้น เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงหรือปัญหาข้อกฎหมายสำหรับอุทธรณ์ข้อ 2(2) ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นตัวแทนของโจทก์ แต่โจทก์อุทธรณ์ว่าพยานหลักฐานของทั้งโจทก์และจำเลยรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นตัวแทนของโจทก์ น่าเชื่อว่าจำเลยรับเงินทั้งหมดไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว อุทธรณ์ส่วนนี้จึงเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนที่โจทก์กล่าวในอุทธรณ์ว่าแม้จำเลยเป็นตัวแทนของโจทก์จำเลยก็มีหนี้ต้องชำระเงินตามเช็คพิพาทเพราะเป็นหนี้ที่บังคับได้ตามกฎหมายนั้น เป็นการกล่าวอ้างขึ้นเพื่อให้ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยออกเช็คพิพาทให้โจทก์เพื่อชำระหนี้มิใช่เพื่อเป็นประกันหนี้ดังที่ศาลชั้นต้นรับฟัง จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

เช่นเดียวกันสำหรับอุทธรณ์ข้อ 2(3) ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยขอให้โจทก์ทำหนังสือตามเอกสารหมาย ล.8 ขอเงินคืนจากบริษัทพรูเดนเชียลอินชัวรันส์ จำกัด แสดงว่า โจทก์เป็นคู่สัญญากับบริษัทดังกล่าวจำเลยมีหน้าที่เพียงติดต่อขอเงินจากบริษัทดังกล่าวคืนโจทก์เท่านั้นโจทก์อุทธรณ์ว่าเอกสารหมาย ล.8 เป็นส่วนหนึ่งของการหลอกลวงของจำเลย บริษัทดังกล่าวไม่ปรากฏว่ามีตัวตนหรือไม่ ก็เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นอันเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนข้อที่เกี่ยวข้องกับเอกสารหมาย จ.3 ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า เอกสารฉบับนี้มีข้อความว่าจำเลยจะพยายามหาเงินมาคืนโจทก์ แสดงว่าจำเลยไม่มีเจตนาที่จะให้โจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บเงินนั้นโจทก์อุทธรณ์ว่าหากอ่านเอกสารฉบับนี้ทั้งฉบับประกอบคำเบิกความของจำเลยแล้วจะรับฟังดังศาลชั้นต้นไม่ได้

ย่อมเป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น มิใช่กล่าวอ้างว่าศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงผิดกฎหมายหรือนอกจากที่ปรากฏในสำนวนจึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงมิใช่ปัญหาข้อกฎหมายดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย เมื่ออุทธรณ์ของโจทก์ทุกข้อเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ที่ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ของโจทก์มาบางข้อและศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยให้จึงเป็นการไม่ชอบ และแม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยให้ลงโทษจำคุกจำเลยก็ไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่จำเลยที่จะฎีกาว่าจำเลยไม่มีหนี้ที่ต้องชำระให้โจทก์และจำเลยไม่มีเจตนากระทำความผิดเนื่องจากเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 ปัญหาว่าศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์เป็นการชอบหรือไม่นี้ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นฎีกา"

Result

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และยกฎีกาของจำเลยโดยให้ยกฟ้องตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

Matter details

Panel of judges
วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · กำพล ภู่สุดแสวง · สุรชาติ บุญศิริพันธ์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6586/2557

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผลิตเมทแอมเฟตามีนด้วยการแบ่งบรรจุเป็นถุงย่อย ๆ ถุงละ 20 เม็ด 8 ถุง 10 เม็ด 5 ถุง 8 เม็ด 1 ถุง 4 เม็ด 1 ถุง 1 เม็ด 1 ถุง และมีอีก 10 เม็ด รวม 223 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 4.905 กร…

Supreme Court Judgment No. 8537/2553

นาย ก. สามีชอบด้วยกฎหมายของนาง ล. ผู้ตาย เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้นาง ล. ถึงแก่ความตาย ตาม ป.อ. มาตรา 291 นาง ล. จึงเป็นผู้เสียหายซึ่งถูกทำร้ายถึงตาย และโจทก์เป็นเพียงผู้จ…

Supreme Court Judgment No. 5974/2552

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 295 มีระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยหลังลดโทษแล้ว 6 เดือน เมื่อคดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยแต่รอการลงโทษ…

Supreme Court Judgment No. 4324/2552

โจทก์บรรยายฟ้องว่า "...จำเลยได้ใส่ความโจทก์ต่ออธิบดี...ด้วยเอกสารฉบับลงวันที่ 12 มิถุนายน 2545 มีข้อความว่า "...ข้อความดังกล่าวเป็นความเท็จความจริงโจทก์ไม่เคยแอบอ้างว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องก…

Supreme Court Judgment No. 4268/2552

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดฐานร่วมกันชิงทรัพย์และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยที่ 3 ร่วมกระทำความผิดด้วย ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ผู้เสียหายตา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up