Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7351/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 707 บัญญัติว่าบทบัญญัติมาตรา 681 ว่าด้วยค้ำประกันนั้น ท่านให้ใช้ได้ในการจำนองอนุโลมตามควร และมาตรา 681 วรรคสอง บัญญัติให้หนี้ในอนาคตก็ประกันได้ นอกจากนี้ในสัญญาจำนองได้ระบุว่า จำนองเป็นประกันเงินกู้ทั้งที่มีอยู่แล้วในขณะนี้ หรือจะมีขึ้นต่อไปภายหน้าอันพึงมีต่อโจทก์ ดังนั้น แม้สัญญากู้จะทำภายหลังสัญญาจำนอง สัญญาจำนองก็มีผลบังคับได้ตามกฎหมาย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2524 จำเลยที่ 1ได้กู้เงินโจทก์ จำนวน 39,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 18 ต่อปีจำเลยที่ 2 ภรรยาจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือให้ความยินยอมแก่จำเลยที่ 1ในการทำสัญญากู้และยอมรับเป็นลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1 และนายสุข สิทธา ยอมผูกพันตนเป็นผู้ค้ำประกัน โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมและนำที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เลขที่ 378 พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่ และที่จะมีขึ้นต่อไปในอนาคตมาจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 แก่โจทก์จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระหนี้ให้โจทก์นายสุขถึงแก่กรรมจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 เป็นทายาทและผู้ครอบครองทรัพย์มรดกของนายสุขต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 คิดดอกเบี้ยจากต้นเงินที่ค้างชำระตามสัญญาและตามอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2531 จำเลยที่ 1 ค้างชำระดอกเบี้ยทั้งหมด 50,433.04 บาท

ต่อจากนั้นคิดดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีถึงวันฟ้องเป็นดอกเบี้ยจำนวน 2,788.76 บาท รวมจำเลยที่ 1เป็นหนี้โจทก์ทั้งหมดจำนวน 92,221.80 บาท ขอให้จำเลยที่ 1 ที่ 2และจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 ในฐานะทายาทนายสุข ร่วมกันใช้เงินจำนวน92,221.80 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน39,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งเจ็ดไม่ชำระให้ยึดที่ดินจำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์หากขายทอดตลาดทรัพย์จำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งเจ็ดมาชำระหนี้ให้โจทก์จนครบจำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 ให้การว่า ขณะนายสุขทำสัญญาจำนองสัญญากู้ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ยังไม่เกิดขึ้น โดยจำเลยที่ 1ยังไม่ได้รับเงิน

สัญญาค้ำประกันระหว่างโจทก์กับนายสุขจึงยังไม่เกิดขึ้น ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7ในฐานะทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของนายสุข สิทธา ร่วมกันชำระเงิน92,221.80 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน39,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์ครบถ้วน หากฝ่าฝืนให้ยึดที่ดินจำนองพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และทรัพย์มรดกของนายสุข สิทธาออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนกว่าจะครบถ้วน จำเลยที่ 4ที่ 5 ที่ 7 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยที่ 4 ที่ 5ที่ 7 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"จำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 7 ฎีกาข้อกฎหมายข้อเดียวว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้เงินจากโจทก์ลงวันที่ 7 มกราคม2524 ภายหลังที่นายสุขบิดาของจำเลยที่ 1 ทำสัญญาจำนองที่ดินลงวันที่ 29 ธันวาคม 2523 เป็นประกันหนี้ถึง 9 วัน สัญญาจำนองย่อมไม่มีผลบังคับตามกฎหมายเพราะไม่มีหนี้ประธานจะประกันนั้นเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 707 บัญญัติว่า"บทบัญญัติมาตรา 681 ว่าด้วยการค้ำประกันนั้น ท่านให้ใช้ได้ในการจำนองอนุโลมตามควร" และมาตรา 681 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติให้หนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไขจะประกันไว้เพื่อเหตุการณ์ซึ่งหนี้นั้นอาจเป็นผลได้จริงก็ประกันได้นอกจากนี้ในสัญญาจำนองเอกสารหมาย จ.2 ข้อ 4 ได้ระบุว่า "จำนองเป็นประกันเงินกู้ ฯลฯ ทั้งที่มีอยู่แล้วในขณะนี้ หรือจะมีขึ้นต่อไปภายหน้าอันพึงมีต่อโจทก์" ดังนั้น แม้สัญญากู้จะทำภายหลังสัญญาจำนองถึง 9 วัน สัญญาจำนองย่อมมีผลบังคับได้ตามกฎหมายฎีกาของจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 7 ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
มงคล สระฏัน · อธิราช มณีภาค · วุฒิ คราวุฒิ
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3259/2554

แม้ตามสัญญาค้ำประกันที่จำเลยที่ 5 ทำไว้เมื่อปี 2536 และปี 2538 ระบุให้ค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 ที่จะมีต่อไปในภายหน้าด้วย โดยสัญญาค้ำประกันที่ทำเมื่อปี 2536 มีจำเลยที่ 2 และที่ 9 เป็นผู้ร่วมค้ำประกัน…

Supreme Court Judgment No. 5384/2548

สัญญาจำนองที่ดินระหว่างโจทก์และจำเลยมีความหมายแจ้งชัดว่า สัญญาจำนองที่ดินพิพาทนอกจากจะประกันหนี้เงินที่ ส. ได้กู้ไปจากจำเลยในขณะทำสัญญาจำนองแล้ว ยังรวมถึงเป็นประกันหนี้ที่ ส. จะกู้ไปจากจำเลยต่อไปในอนา…

Supreme Court Judgment No. 4372/2545

โจทก์นำเงินดอกเบี้ยจำนวน 60,000 บาท ที่จำเลยค้างชำระซึ่งเป็นดอกเบี้ยที่คิดในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราฯมาตรา 3 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์…

Supreme Court Judgment No. 598/2544

สัญญาค้ำประกันและจำนองเป็นประกันระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ตกลงค้ำประกันหนี้ในอนาคตของจำเลยที่ 1 ด้วย เมื่อ ป.พ.พ. มาตรา 681 วรรคสอง บัญญัติว่า หนี้ในอนาคตก็ประกันได้ และมาตรา 707 บัญญัติว่า บทบัญญัติม…

Supreme Court Judgment No. 5189/2540

จำเลยที่ 1 ที่ 2 ลงลายมือชื่อไว้โดยเอกสารสัญญากู้พิพาทยังไม่มีการกรอกข้อความ และจำเลยที่ 1 ที่ 2 ขอกู้ยืมจากโจทก์เป็นจำนวนเงินเพียง 200,000 บาท แต่ปรากฏว่าสัญญากู้ดังกล่าวกลับมีการกรอกข้อความว่าจำเลยท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up