คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้ง ๓ ปฏิบัติหน้าที่ราชการบกพร่องประมาทเลินเล่อในการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งจังหวัดเป็นเหตุในนายสุทิน ปัญญโชติยักยอกเงินไป ๑๙,๐๐๐ บาท แต่นายสุทินใช้เงินคืนบ้างแล้วจึงขอ ให้จำเลยร่วมกันใช้เงินที่ขาด ๑๗,๕๙๓.๑๒ บาท
จำเลยให้การว่า ไม่ได้ประมาท และจำเลยที่ ๒, ๓ ต่อสู้ว่า คดีขาดอายุความ ๑ ปี แล้ว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า นายสุทินปลอมใบนำส่งเงินเป็นเรื่องสุดวิสัยจำเลยไม่ได้เกี่ยวข้องในการทุจริตด้วยพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่ ๓ ผู้เดียวประมาทพิพากษาแก้ให้จำเลยที่ ๓ ใช้เงินตามฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาให้จำเลยที่ ๑ , ๒ ร่วมรับผิดด้วย ส่วนจำเลยที ๑ ฎีกาข้อให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาเห็นว่า ในปัญหาอายุความประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ นับแต่วันผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน เรื่องนี้ ทางการตั้งกรรมการสอบสวนและได้รายงานเสนอผลการสอบสวนว่าจำเลยต้องรับผิดเมื่อ ๒๙ ธันวาคม ๒๔๙๙ นับถึงวันฟ้อง (๒๕ ธันวาคม ๒๕๐๐) ยังไม่ เกิน ๑ ปีคดีไม่ขาดอายุความ ส่วนปัญหาความรับผิด เห็นว่า ถึงแม้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งรักษาการแทน จำเลยที่ ๑ มิได้ปฏิบัติตามระเบียบและคำสั่งทางราชการโดยเก็บรักษาเงินไว้เกินว่า ๘,๐๐๐ บาท เกินว่า ที่กระทรวงการคลังกำหนดก็ดี แต่ในระยะแรกที่ความเสียหาย ไม่เกิดขึ้น ความเสียหายเพิ่งเกิดขึ้นตอนที่นายสุทินกับจำเลยที่ ๓ นำเงินไปส่งคลัง ซึ่งห่างไกลกับเหตุที่จำเลยที่ ๑,๒ รักษาเงินดไว้เกินว่า ที่ทางราชการกำหนด
ยังไม่พอถือว่าจำเลยที่ ๑,๒ ประมาทเลินเล่อเพราะเหตุนี้ การนำเงินส่ง มีคำสั่งกระทรวงการคลังว่า ถ้านายอำเภอหรือผู้รักษาการแทนติดราชการอื่นที่สำคัญกว่า ก็ให้จัดกรมการอำเภอไปส่งแทนได้ จำเลยที่ ๑ นายอำเภอติดราชการ จึงสั่งตั้งกรรมการ ๓ นาย (คือ นายสุนทิน สมุห์บัญชีอำเภอตรี, จำเลยที่ ๓ ป่าไม้อำเภอ, นายจันทร์ อนามัยอำเภอ) ซึ่งเป็นกรรมการอำเภอนำเงินไปส่ง ซึ่งชอบด้วยระเบียบทางราชการแล้ว ส่วนจำเลยที่ ๒ เป็นปลัดอำเภอซึ่งขณะนั้นรักษาการแทนนายอำเภอ ก็ได้ให้กรรมการ ๒ นายไปส่งเงิน เพราะกรรมการอีก ๑ นายติดราชการและอยู่ในอำนาจของจำเลยที่ ๒ ที่จะตั้งกรรมการ ๒ นายไปส่งเงินได้ ทั้งได้ให้ตำรวจอีก ๒ นายร่วมทางไปด้วย จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิด
สำหรับจำเลยที่ ๓ ปรากฎว่า เวลานายสุทิน นำเงินเข้าไปส่งในห้องสรรพากรจังหวัดและคลังจังหวัด กลับนั่งรออยู่ข้างนอก ผิดจากคำสั่งของจำเลยที่ ๑ จึงให้โอกาศให้นายสุทินยักยอกเงินได้ โดยทำลายในนำส่งเขียนขึ้นใหม่ เป็นนำเงินส่งตามจำนวนใหม่ที่น้อยกว่าเดิม จำเลยที่ ๓ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ชอบด้วยกฎหมาย และเอาใจใส่ระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการตามพระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๗๑, ๗๒, ๗๙ เมื่อจำเลยฝ่าฝืนและเกิดความเสียหายขึ้นจำเลยที่ ๓ ต้องรับผิดฐานละเมิด
Result
พิพากษาแก้