Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7257/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ปัญหาเกี่ยวกับการตีความการแสดงเจตนาตาม ป.พ.พ. มาตรา 171 ให้เพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนหรือตัวอักษร และตามมาตรา 11 กรณีที่มีข้อสงสัยให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คู่กรณีฝ่ายซึ่งจะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้นั้น เมื่อโจทก์ที่ 1 และจำเลยไม่ได้ระบุให้รวมถึงหนี้ที่โจทก์ที่ 1 ค้ำประกันหนี้กู้ยืมของบุคคลอื่นที่ทำกับจำเลยไว้ชัดแจ้งในสัญญาจำนองและบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองทั้งที่อยู่ในวิสัยทำได้ ดังนั้น คำว่า "หนี้และภาระผูกพันทุกลักษณะและทุกประเภท" ตามสัญญาจำนองจึงหมายถึงหนี้ที่โจทก์ที่ 1 เป็นลูกหนี้ของจำเลยโดยตรงในฐานะลูกหนี้ชั้นต้นเท่านั้น ไม่ครอบคลุมถึงหนี้ที่โจทก์ที่ 1 ทำสัญญาค้ำประกันหนี้กู้ยืมของบุคคลอื่นที่ทำกับจำเลย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนปลดจำนองที่ดินรวม 11 แปลง แก่โจทก์ที่ 1 และที่ดินรวม 4 แปลง แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์ทั้งสอง หากจำเลยไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนปลดจำนองที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 35403, 35405, 35406, 35408, 36363, 39961, 40269, 40272 และ 40273 ตำบลคลองเปร็ง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ดินโฉนดเลขที่ 33563, 33380, 37599 และ 41913 ตำบลคลองนราภิรมย์ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม และที่ดินโฉนดเลขที่ 31360 และ 31361 ตำบลบางระกำ อำเภอบางเลน (บางปลา) จังหวัดนครปฐม (นครชัยศรี) และส่งมอบโฉนดที่ดินคืนแก่โจทก์ทั้งสอง หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ (ที่ถูกโจทก์ทั้งสอง) โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์ทั้งสองและจำเลยไม่โต้แย้งกันรับฟังได้ในชั้นฎีกาว่า โจทก์ที่ 1 ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับจำเลยวงเงิน 10,000,000 บาท โดยใช้บัญชีกระแสรายวันเลขที่ 106 - 0 - 02695 - 6 ในการกู้เบิกเงินเกินบัญชี และทำสัญญามอบเงินฝากเป็นประกันโดยมอบบัญชีเงินฝากประจำ 12 เดือน เลขที่ 106 - 2 - 03924 - 9 แก่จำเลยและยินยอมให้จำเลยหักเงินในบัญชีเพื่อชำระหนี้และภาระผูกพันที่โจทก์ที่ 1 มีต่อจำเลย ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีและสัญญามอบเงินฝากเป็นประกัน ต่อมาโจทก์ที่ 1 ทำบันทึกต่อท้ายสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีขอเพิ่มวงเงินอีก 6,000,000 บาท ตามบันทึกต่อท้ายสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี โดยโจทก์ที่ 1 ทำสัญญาจำนองที่ดินรวม 14 แปลง

ส่วนโจทก์ที่ 2 ทำสัญญาจำนองที่ดินรวม 4 แปลง ไว้เป็นประกันต่อจำเลย ตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดิน ภายหลังจำเลยปลดจำนองที่ดิน 3 แปลง ตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดิน คงเหลือที่ดินติดจำนองอีก 15 แปลงตามฟ้อง และโจทก์ที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันหนี้ของโจทก์ที่ 1 ในวงเงิน 16,000,000 บาท ตามสัญญาค้ำประกัน นอกจากนี้โจทก์ที่ 1 ทำสัญญาค้ำประกันหนี้ของบุคคลอื่นที่ทำสัญญากู้ยืมกับจำเลยตามสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาค้ำประกัน ต่อมาจำเลยบอกเลิกสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีและได้หักเงินฝากจากบัญชีเลขที่ 106 - 2 - 03924 - 9 กับบัญชีเงินฝากอื่นอีก 2 บัญชี โดยนำไปหักจากหนี้เบิกเงินเกินบัญชีทั้งหมด และหนี้ที่โจทก์ที่ 1 ค้ำประกันบุคคลอื่นบางส่วน คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงว่า สัญญาจำนองตามฟ้องครอบคลุมถึงหนี้ที่โจทก์ที่ 1 ทำสัญญาค้ำประกันหนี้กู้ยืมของบุคคลอื่นกับจำเลยหรือไม่

ที่จำเลยฎีกาว่า ความหมายของข้อความ "ทุกลักษณะทุกประเภทหนี้" ที่ระบุอยู่ในสัญญาจำนองและข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนอง มีความหมายชัดแจ้งแล้วว่า ต้องรวมถึงหนี้ที่โจทก์ที่ 1 ทำสัญญาค้ำประกันหนี้กู้ยืมของบุคคลอื่นที่ทำกับจำเลยด้วย ทั้งโจทก์ที่ 1 มาขอสินเชื่อเบิกเงินเกินบัญชีเพื่อโครงการจัดสรรที่ดินและขอให้จำเลยให้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแก่ลูกค้ารายย่อยเป็นภาระหนี้เกี่ยวพันกัน และจำเลยไม่อยู่ในวิสัยจะระบุรายละเอียดของการค้ำประกันหนี้ในสัญญาจำนองและบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองทั้งหมดนั้น เห็นว่า ตามบันทึกต่อท้ายสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี ระบุว่า โจทก์ที่ 1 ขอเพิ่มวงเงินเบิกเงินเกินบัญชีกับจำเลยอีก 6,000,000 บาท

รวมเป็นวงเงิน 16,000,000 บาท ส่วนเงื่อนไขและข้อตกลงอื่น ๆ คงเป็น ไปตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีเดิม เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญานี้โจทก์ทั้งสองยอมนำที่ดินโฉนดเลขที่... ของตนเป็นประกันต่อจำเลยจนกว่าโจทก์ที่ 1 ผู้เบิกเงินเกินบัญชีจะชำระหนี้แก่จำเลยจนครบถ้วน ซึ่งสอดคล้องกับข้อตกลงในหนังสือสัญญาจำนองที่ดิน ข้อ 1. ที่ระบุว่าโจทก์ที่ 1 ตกลงจำนองที่ดินแปลงดังกล่าวแก่จำเลยเป็นจำนวนเงิน 6,000,000 บาท และรวมถึงหนังสือสัญญาจำนองที่ดิน ข้อ 4 ก็ระบุว่าเป็นการจำนองเพิ่มหลักทรัพย์จำนวนเงินจำนองและข้อตกลงอื่นเป็นไปตามสัญญาจำนอง แต่เมื่อข้อตกลงในหนังสือสัญญาจำนองที่ดินข้อ 1. และข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองข้อ 3 ระบุว่าเป็นประกันหนี้และภาระผูกพันทุกลักษณะทุกประเภทหนี้

กรณีจึงเป็นปัญหาเกี่ยวกับการตีความการแสดงเจตนาซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 171 ให้เพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนหรือตัวอักษร และตามมาตรา 11 กรณีที่มีข้อสงสัย ให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คู่กรณีฝ่ายซึ่งจะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้นั้น ดังนั้น เมื่อโจทก์ที่ 1 และจำเลยไม่ได้ระบุให้รวมถึงหนี้ที่โจทก์ที่ 1 ค้ำประกันหนี้กู้ยืมของบุคคลอื่นที่ทำกับจำเลยไว้ชัดแจ้งในสัญญาจำนองและบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองทั้งที่อยู่ในวิสัยทำได้ หนี้และภาระผูกพันทุกลักษณะและทุกประเภทจึงหมายถึงหนี้ที่โจทก์ที่ 1 เป็นลูกหนี้ของจำเลยโดยตรงในฐานะลูกหนี้ชั้นต้นเท่านั้น ไม่ครอบคลุมถึงหนี้ที่โจทก์ที่ 1 ทำสัญญาค้ำประกันหนี้กู้ยืมของบุคคลอื่นที่ทำกับจำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
อาเล็ก จรรยาทรัพย์กิจ · วิรุฬห์ แสงเทียน · ธีระพงศ์ จิระภาค
Lower court
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางสาวนฤมล สัตยาประเสริฐ
ศาลอุทธรณ์ - นายเอกชัย เหลี่ยมไพศาล
Supreme Court black case no.
พณ.193/2552
Trial court black case no.
พ8255/2547
Trial court red case no.
พ3999/2548
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกพาณิชย์และเศรษฐกิจ
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 199/2545

สัญญาค้ำประกันเป็นสัญญาที่ผู้ค้ำประกันมีความรับผิดแต่เพียงฝ่ายเดียว การตีความจึงต้องเป็นไปโดย เคร่งครัด จำเลยที่ 2 เป็นผู้ลงลายมือชื่อในสัญญาค้ำประกันต่อหน้าโจทก์โดยระบุว่าใช้หนี้สินทั้งหมดของจำเลยที่…

Supreme Court Judgment No. 2078/2543

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไม่มีข้อความระบุไว้โดยชัดแจ้งว่าการพิจารณาขึ้นค่าจ้างตามข้อตกลง ให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างใช้ดุลพินิจพิจารณาขึ้นค่าจ้างให้แก่พนักงานลูกจ้างของจำเลยตามสภาพความเป็นจริงได้ จำเลยจ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2543 (ref. 32189)

การกำหนดประเด็นข้อพิพาทและหน้าที่นำสืบในคดีแรงงานไม่จำต้องอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เนื่องจากพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522ซึ่งเป็นกฎหมาย…

Supreme Court Judgment No. 1776/2543

การกำหนดประเด็นข้อพิพาทและหน้าที่นำสืบในคดีแรงงานไม่จำต้องอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติ ป.วิ.พ. เนื่องจาก พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะได้บัญญัติไว้แล้วในมาตรา…

Supreme Court Judgment No. 2658/2542

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ข้อเรียกร้องที่ 9ระบุว่า "บริษัทฯ ตกลงจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายและเงินช่วยเหลือพิเศษในกรณีที่ลูกจ้างเกษียณอายุและถูกเลิกจ้าง โดยไม่มีความผิดสำหรับลูกจ้างรายวันตามอายุงาน" เห็นไ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up