คำฟ้องและคำให้การ
คดีที่ ๒ สำนวนนี้
โจทก์ฟ้องมีใจความว่าจำเลยได้โฆษณาหมิ่นประมาทใส่ความทำให้โจทก์เสียหายด้วยความไม่จริง ขอให้ลงโทษ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วได้ความว่าจำเลยทั้ง ๓ เป็นกรรมการของสมาคมกรรมกรไทยโจทก์เป็นสมาชิกอยู่ในสมาคมนี้ เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๔๙๔ จำเลยกับกรรมการเดิมของสมาคม เพราะเหตุที่โจทก์ได้วิ่งเต้นชักชวนสมาชิกให้ก่อกวนวุ่นวาย อ้างอิทธิพลผู้ใหญ่ในวงราชการแล้วจำเลยที่ ๒ ได้ลงชื่อในประกาศปิดไว้ที่สมาคมให้ลบชื่อโจทก์ออกจากสมาชิกของสมาคม ศาลขั้นต้นวินิจฉัยกรณีต้องด้วยมาตรา ๒๘๓ ข้อ ๔ พิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฏีกา ศาลฎีกา เห็นว่า การที่จำเลยอภิปรายในที่ประชุมและออกโฆษณาว่าได้ลบชื่อโจทก์ออกจากสมาชิกดังที่โจทก์กล่าวในฟ้องตามมติที่ประชุมนั้นเป็นการกระทำโดยสุจริตและสุภาพ ฉะนั้นคดีจึงเข้าบทมาตรา ๒๘๓ แห่ง ก.ม. ลักษณะอาญา ซึ่งบัญญัติว่าไม่มีโทษฐานหมิ่นประมาท.
Result
จึงพิพากษายืน.