เนื้อความคำพิพากษา
ได้ความว่าโจทเช่าตึกจากพระคลังข้างที่แล้วมาทำสัญญาไห้จำเลยเช่าช่วง แต่ต่อมาโจทจำเลยทำหนังสือต่อกันว่าไห้จำเลยอาสัย บัดนี้โจทบอกไห้จำเลยออกจากตึก แต่จำเลยไม่ออก โจทจึงฟ้องขับไล่ สาลชั้นต้นฟังว่าเปนการเช่าช่วง โจทบอกกล่าวล่วงหน้าเพยง ๗ วันสิทธิการฟ้องร้องยังไม่เกิด จึงพิพากสายกฟ้อง สาลอุธรน์ฟังว่าเปนการอาสัยจึงพิพากสาขับไล่ จำเลยดีกา สาลดีกาฟังว่า โจทจำเลยไม่ได้ตั้งไจผูกพันกันตามเอกสารสัญญาอาสัยที่ทำขึ้นเพื่อป้องกันมิไห้ผู้เช่าเดิมเลิกสัญญากับโจท เพราะทำขึ้นพายหลังที่โจทรู้ว่าผู้ไห้เช่าเดิมห้ามการเช่าช่วง จึงฟังว่าเปนการเช่าช่วง แต่การเช่าช่วงรายนี้ไม่มีกำหนดเวลาแน่นอน โจทมีสิทธิบอกเลิกสัญญาตามมาตรา ๕๖๖ โดยบอกล่วงหน้าชั่วกำหนดระยะเวลาชำระค่าเช่าระยะหนึ่งเปนหย่างน้อยซึ่งไนคดีนี้ต้องเปนหนึ่งเดือนโจทไม่ได้นำสืบว่าได้บอกล่วงหน้าเช่นนั้น จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย จึงพิพากสายกฟ้อง(ชม จามรมาน-ทิพปัญญา อ. บุปผเวส-ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ)นายแสวง จินดานนท์ - นายนิติกรน์ ทุมวิภาต -