Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7109/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ป.พ.พ. มาตรา 887 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า อันว่าประกันภัยค้ำจุนนั้น คือสัญญาประกันภัยซึ่งผู้รับประกันภัยตกลงว่าจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัยเพื่อความวินาศภัยอันเกิดขึ้นแก่บุคคลอีกคนหนึ่ง และซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ เมื่อเหตุวินาศภัยได้เกิดขึ้นแก่ อ. ผู้ตาย จากการขับรถด้วยความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 5 ผู้ครอบครองและเป็นผู้เอาประกันภัยรถแท็กซี่ที่จำเลยที่ 2 ขับ ไว้กับจำเลยที่ 4 จะต้องรับผิดชอบด้วย แต่เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 5 เพราะฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 5 ขาดอายุความมิใช่ยกฟ้องเพราะจำเลยที่ 5 ไม่ต้องรับผิดชอบในเหตุรถเฉี่ยวชนกัน จำเลยที่ 4 จึงไม่หลุดพ้นจากความรับผิดตามสัญญาประกันภัย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน จำนวน 4,861,420 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งห้าให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 1,141,420 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2547) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ ให้จำเลยที่ 3 รับผิดไม่เกิน 400,000 บาท และจำเลยที่ 4 รับผิดไม่เกิน 380,000 บาท กับให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนด ค่าทนายความ 30,000 บาท ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 5 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 5 ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ในศาลชั้นต้นตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 4 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 2 ขับรถแท็กซี่หมายเลขทะเบียน ทน 9436 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจำเลยที่ 4 รับประกันภัยไว้จากจำเลยที่ 5 ผู้ครอบครองรถแท็กซี่คันดังกล่าวเฉี่ยวชนกับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 6 ศ - 6174 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีจำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับและจำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัย เป็นเหตุให้นายอำพน ซึ่งโดยสารมาในรถแท็กซี่ที่จำเลยที่ 2 ขับถึงแก่ความตาย พนักงานอัยการฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3261/2545 หมายเลขแดงที่ 1835/2546 ของศาลอาญา จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพ ศาลอาญาพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4) 157 คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์เป็นมารดาของผู้ตาย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 4 ว่า จำเลยที่ 4 ต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ โดยจำเลยที่ 4 ฎีกาว่า จำเลยที่ 4 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เพราะโจทก์กับจำเลยที่ 4 ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความตามสัญญาประนีประนอมยอมความ อันเป็นการระงับข้อพิพาททางละเมิดแล้วและเมื่อจำเลยที่ 5 ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 4 ผู้รับประกันภัยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 887 นั้น เห็นว่า บันทึกข้อตกลงที่โจทก์ทำกับจำเลยที่ 4 ไม่มีข้อความตกลงระงับข้อพิพาทที่มีอยู่หรือจะมีขึ้นให้เสร็จไปด้วย ต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน เพราะไม่มีข้อความที่โจทก์ตกลงจะไม่ฟ้องหรือเรียกร้องค่าเสียหายทางละเมิดต่อจำเลยที่ 4 แม้จะเขียนว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความก็มิใช่สัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 แต่เป็นเพียงบันทึกข้อตกลงที่จำเลยที่ 4 ยอมรับผิดต่อโจทก์เท่านั้น

ส่วนกรณีที่จำเลยที่ 5 ผู้เอาประกันภัยหลุดพ้นความรับผิดไป จำเลยที่ 4 ผู้รับประกันภัยยังต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่นั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 887 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า อันว่าประกันภัยค้ำจุนนั้น คือสัญญาประกันภัย ซึ่งผู้รับประกันภัยตกลงว่าจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัยเพื่อความวินาศภัยอันเกิดขึ้นแก่บุคคลอีกคนหนึ่งและซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ เห็นว่า เหตุวินาศภัยได้เกิดขึ้นแก่นายอำพนผู้ตาย จากการขับรถด้วยความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 5 ผู้ครอบครองรถแท็กซี่ที่จำเลยที่ 2 ขับ จะต้องรับผิดชอบด้วย แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 5 เป็นเพราะฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 5 ขาดอายุความ

ศาลอุทธรณ์ไม่ได้พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 5 เพราะจำเลยที่ 5 ไม่ต้องรับผิดชอบในเหตุรถเฉี่ยวชนกัน จำเลยที่ 4 จึงไม่หลุดพ้นจากความรับผิดตามสัญญาประกันภัย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 4 ต้องรับผิดต่อโจทก์ชอบแล้ว ส่วนปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 4 ที่ว่า จำเลยที่ 4 ต้องรับผิดต่อโจทก์เพียงใดนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 4 ได้อุทธรณ์ในปัญหานี้มาแล้ว ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยทั้งในเรื่องจำนวนเงินที่จำเลยที่ 4 ชำระให้แก่โจทก์จำนวน 80,000 บาท สามารถนำไปหักออกจากค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยได้หรือไม่ ค่าปลงศพและค่าขาดไร้อุปการะควรมีจำนวนเพียงใด ไว้โดยละเอียด ชอบด้วยเหตุผลแล้ว ไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหานี้ซ้ำอีก ฎีกาของจำเลยที่ 4 ทุกข้อฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ธีระพงศ์ จิระภาค · วิรุฬห์ แสงเทียน · อาเล็ก จรรยาทรัพย์กิจ
Lower court
ศาลแพ่ง - นายเชิดพันธุ์ อุปนิสากร
ศาลอุทธรณ์ - นางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล
Supreme Court black case no.
พณ.43/2553
Trial court black case no.
พ524/2547
Trial court red case no.
พ123/2548
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกพาณิชย์และเศรษฐกิจ
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5398/2568

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมที่ 1 แยกเป็นค่าปลงศพ 269,597 บาท และค่าขาดไร้อุปการะ 672,000 บาท รวมเป็นค่าสินไหมทดแทนทั้งสิ้น 941,597 บาท จำเลยชำระค่ารักษาพยาบาลแ…

Supreme Court Judgment No. 1878/2566

โจทก์และโจทก์ร่วมฟ้องจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยภาคบังคับให้รับผิดในมูลหนี้ตามสัญญาประกันภัย ซึ่งเป็นคนละส่วนแยกต่างหากจากกันกับการฟ้องให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 รับผิดในมูลหนี้ละเมิด เมื่อกรมธรรม์…

Supreme Court Judgment No. 4904/2565

การที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้ผู้ร้องชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้คัดค้านเต็มตามวงเงินสูงสุดตามกรมธรรม์ แต่ยังสงวนสิทธิให้ผู้คัดค้านมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนอีก ย่อมมีผลให้ผู้ร้องต้องรับผิดเกินกว…

Supreme Court Judgment No. 5310/2562

ผู้คัดค้านรับประกันภัยรถยนต์โดยสารประจำทางซึ่งเป็นสัญญาประกันภัยค้ำจุน เมื่อ ว. ผู้ขับขี่รถยนต์โดยสารประจำทางที่เอาประกันภัยไว้กับผู้คัดค้านต้องรับผิดฐานละเมิดต่อผู้ร้องทั้งสามเพราะขับรถยนต์โดยสารประจ…

Supreme Court Judgment No. 2453/2561

ค. ผู้เอาประกันภัยของโจทก์ได้ฟ้องจำเลยทั้งเจ็ดเป็นคดีผู้บริโภค เรียกค่าสินไหมทดแทนจากการที่จำเลยที่ 1 และที่ 5 ทำให้ ค. ได้รับอันตรายสาหัส และคดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 5…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up