Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7105/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตามปกติของการซื้อขายปุ๋ยของ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ตามปกติของการซื้อขายปุ๋ยของจำเลยที่ 1 เมื่อมีผู้นำใบสั่งจ่ายสินค้ามาขอรับปุ๋ยจำเลยที่ 1 จะส่งมอบปุ๋ยให้โดยมิต้องตรวจสอบว่าผู้นำใบสั่งจ่ายสินค้ามาขอรับปุ๋ยเป็นใคร มีนิติสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 หรือไม่ ทั้งด้านหลังของใบสั่งจ่ายสินค้ามีข้อความคำเตือน 3 ข้อ โดยข้อหนึ่งระบุว่าต้องให้ผู้โอนลงลายมือชื่อรับรองและด้านล่างมีช่องให้ผู้โอนลงลายมือชื่อด้วย แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 และลูกค้าที่มาซื้อปุ๋ยมีข้อตกลงโดยปริยายแต่ต้นว่าผู้ซื้อสามารถโอนขายใบสั่งจ่ายสินค้าให้แก่บุคคลใดก็ได้ และจำเลยที่ 1 จะมอบปุ๋ยแก่ผู้นำใบสั่งจ่ายสินค้ามาแสดง ใบสั่งจ่ายสินค้าจึงเป็นเอกสารที่อาศัยความไว้วางใจกันในประเพณีในวงการค้าขายปุ๋ยว่า

จำเลยที่ 1 สัญญาจะส่งมอบปุ๋ยแก่ผู้นำใบสั่งจ่ายสินค้ามารับปุ๋ยจากจำเลยที่ 1 ดังนั้นโจทก์ในฐานะผู้ครอบครองตั๋วปุ๋ยหรือใบสั่งจ่ายสินค้าซึ่งซื้อปุ๋ยจากจำเลยที่ 2 จึงสามารถนำไปรับหรือเบิกปุ๋ยจากจำเลยที่ 1 ได้ จำเลยที่ 1 จะยกเหตุส่วนตัวระหว่างร้าน อ. กับจำเลยที่ 2 มาปฏิเสธไม่ส่งมอบปุ๋ยแก่โจทก์ไม่ได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดและเป็นผู้จำหน่ายปุ๋ยใช้เครื่องหมายตราเกษตร โจทก์มีอาชีพขายสินค้าทุกประเภทในทางเกษตรกรรม โจทก์ซื้อหรือรับโอนสิทธิในสินค้าปุ๋ยเคมีสูตร 16-20-0 จากนายรุ่งโรจน์ ชูกิตติวิบูลย์ หรือ "เอก อำนวยยศ" จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นปุ๋ยของจำเลยที่ 1 ที่ได้จำหน่ายให้แก่บุคคลอื่นหรือแก่จำเลยที่ 2 และได้ออกใบสั่งจ่ายสินค้าให้แก่จำเลยที่ 2 หรือแก่ผู้รับสินค้าในนามว่า

"เอกอำนวยยศ" โจทก์ได้ชำระค่าปุ๋ยให้แก่จำเลยที่ 2 ครบถ้วน จำเลยที่ 2 ได้โอนสิทธิในใบสั่งจ่ายสินค้าให้แก่โจทก์เพื่อให้โจทก์รับไปหรือเข้าครอบครองใบสั่งจ่ายสินค้าเพื่อจำหน่ายต่อไปยังบุคคลอื่น ๆ หรือผู้ซื้อคนอื่นเพื่อนำใบสั่งจ่ายสินค้าไปรับสินค้าจากจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ออกใบสั่งจ่ายสินค้าได้ โจทก์ซื้อปุ๋ยจำนวน 15 ตัน ราคา 75,000 บาท เมื่อโจทก์ติดต่อขอรับสินค้าปุ๋ยจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ปฏิเสธอ้างว่าลูกค้าที่สั่งซื้อไม่ชำระเงินค่าปุ๋ยแก่จำเลยที่ 1 และลูกค้าขอให้ระงับการจ่ายปุ๋ยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบปุ๋ย สูตร 16-20-0 ตราเกษตร จำนวน 15 ตัน แก่โจทก์ หากไม่ส่งมอบหรือส่งมอบไม่ได้ให้ร่วมกันใช้ราคาเป็นเงิน 75,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบปุ๋ยหรือใช้ราคาแทนแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยรู้จักหรือมีนิติสัมพันธ์กับจำเลยที่ 2 ในการซื้อขายปุ๋ยตามที่โจทก์กล่าวอ้างจำเลยที่ 1 จำหน่ายให้แก่ร้านอำนวยการเกษตร ร้านอำนวยการเกษตรได้ให้จำเลยที่ 1 ออกใบรับสินค้าปุ๋ยในนาม "เอก อำนวยยศ" ซึ่งจะสามารถรับปุ๋ยได้ก็ต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ได้ระบุไว้เสียก่อน จำเลยที่ 2 ไม่ได้รับเงินค่าปุ๋ยจากโจทก์ ร้านอำนวยการเกษตร มีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 ระงับการจ่ายปุ๋ยอ้างว่าผู้ซื้อยังไม่ชำระค่าปุ๋ย ในขณะเดียวกันร้านอำนวยการเกษตรก็ไม่ชำระค่าปุ๋ยให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จำหน่ายปุ๋ยให้ลูกค้าในราคาตันละ 4,250 บาท จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่เคยรู้จักหรือติดต่อซื้อขายปุ๋ยกับจำเลยที่ 1 รวมทั้งไม่เคยโอนสิทธิในการซื้อปุ๋ยหรือรับเงินจากโจทก์ ใบสั่งจ่ายสินค้าเป็นเอกสารที่จำเลยที่ 1 ออกให้ร้านอำนวยการเกษตร จำเลยที่ 2 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่เคยได้รับหนังสือทวงถามจากโจทก์ โจทก์เป็นผู้กำหนดราคาปุ๋ยตันละ 5,000 บาท ซึ่งมิใช่ราคาขณะซื้อขายกัน ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลจังหวัดนครปฐมมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาดและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ประสงค์เข้าว่าคดีแทนจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่าโจทก์รับโอนสิทธิในการซื้อสินค้าปุ๋ยเคมี สูตร 16-20-0 ซึ่งเป็นสินค้าปุ๋ยพิพาทตามเอกสารหมาย จ.8 ถึง จ.10 หรือสำเนาเอกสารหมาย ล.6 โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ออกใบสั่งจ่ายสินค้าดังกล่าวแก่ร้านอำนวยการเกษตรซึ่งใช้ชื่อในการติดต่อกับจำเลยที่ 1 ว่า "เอก อำนวยยศ" ร้านอำนวยการเกษตรขายใบสั่งจ่ายสินค้าปุ๋ยพิพาทดังกล่าวแก่จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ชำระราคาโดยสั่งจ่ายเช็คให้แก่ร้านอำนวยการเกษตรแล้วโอนขายใบสั่งจ่ายสินค้าปุ๋ยพิพาทให้แก่โจทก์ โจทก์ชำระราคาแก่จำเลยที่ 2 แล้ว แต่เช็คที่จำเลยที่ 2 สั่งจ่ายให้แก่ร้านอำนวยการเกษตรเรียกเก็บเงินไม่ได้ร้านอำนวยการเกษตรจึงแจ้งให้จำเลยที่ 1 ระงับการส่งมอบสินค้าปุ๋ยพิพาทและมิได้ชำระเงินให้แก่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จึงไม่ยอมส่งมอบปุ๋ยแก่โจทก์มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า

โจทก์ในฐานะผู้ครอบครองใบสั่งจ่ายสินค้าตามเอกสารหมาย จ.8 ถึง จ.10 โดยได้รับโอนมาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนมีสิทธิฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ออกใบสั่งจ่ายสินค้านั้นส่งมอบสินค้าตามใบสั่งจ่ายสินค้าดังกล่าวให้แก่โจทก์ได้หรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า ใบสั่งจ่ายสินค้าตามเอกสารหมาย จ.8 ถึง จ.10 เป็นเอกสารที่จำเลยที่ 1 นำสืบยอมรับว่า ตามปกติของการซื้อขายปุ๋ย เมื่อมีผู้นำใบสั่งจ่ายสินค้าเช่นเดียวกับเอกสารหมาย จ.8 ถึง จ.10 มาขอรับปุ๋ย จำเลยที่ 1 จะส่งมอบปุ๋ยให้โดยมิต้องตรวจสอบว่าผู้นำใบสั่งจ่ายสินค้าขอรับปุ๋ยเป็นใคร มีนิติสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 อย่างไรหรือไม่ ทั้งด้านหลังของใบสั่งจ่ายสินค้ามีข้อความ

"คำเตือน" 3 ข้อ คือ "1. เพื่อป้องกันการปลอมแปลงใบสั่งจ่ายสินค้านี้ ควรรับโอนจากผู้ที่เชื่อถือได้ หรือผู้เคยค้าประจำเท่านั้น และต้องให้ผู้โอนลงลายมือชื่อรับรองพร้อมทั้งประทับตรา (ถ้ามี) 2. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในความเสียหาย อันอาจจะเกิดขึ้นระหว่างผู้โอนและผู้รับโอนไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น 3. บริษัทฯ จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีกับผู้ปลอมแปลงใบสั่งจ่ายสินค้านี้ หรือทำให้บริษัทฯ เกิดการเสียหาย" และด้านล่างมีช่องให้ผู้โอนลงลายมือชื่อด้วย แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 และลูกค้าที่มาซื้อปุ๋ยมีข้อตกลงโดยปริยายแต่ต้นว่าผู้ซื้อสามารถโอนขายใบสั่งจ่ายสินค้าให้แก่บุคคลใดก็ได้ และจำเลยที่ 1 จะมอบปุ๋ยแก่ผู้นำใบสั่งจ่ายสินค้ามาแสดง จึงได้มีคำเตือนผู้รับโอนให้ระมัดระวังในเรื่องใบสั่งจ่ายสินค้าปลอมเท่านั้น

ใบสั่งจ่ายสินค้าตามเอกสารหมาย จ.8 ถึง จ.10 จึงเป็นเอกสารที่อาศัยความไว้วางใจกันในประเพณีในวงการค้าขายปุ๋ยว่า จำเลยที่ 1 สัญญาจะส่งมอบปุ๋ยแก่ผู้นำใบสั่งจ่ายสินค้ามารับปุ๋ยจากจำเลยที่ 1 ดังนั้นโจทก์ในฐานะผู้ครอบครองตั๋วปุ๋ยหรือใบสั่งจ่ายสินค้าตามเอกสารหมาย จ.8 ถึงจ.10 จึงสามารถนำไปรับหรือเบิกปุ๋ยจากจำเลยที่ 1 ได้ จำเลยที่ 1 จะยกเหตุส่วนตัวระหว่างร้านเอกอำนวยการเกษตร หรือที่ใช้ชื่อในทางการค้าว่า "เอก อำนวยยศ" กับจำเลยที่ 2 มาปฏิเสธไม่ส่งมอบปุ๋ยแก่โจทก์ไม่ได้ เพราะจำเลยที่ 1 มีสัญญาที่จะต้องส่งมอบปุ๋ยแก่ผู้นำใบสั่งจ่ายสินค้ามาเบิกปุ๋ยแก่ตนตั้งแต่ต้นแล้ว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น แต่ที่โจทก์ขอดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นั้น เห็นว่า ในเรื่องนี้มิได้มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ โจทก์จึงคิดได้อัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในกรณีที่จำเลยที่ 1 ผิดนัดเท่านั้น"

Result

พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบปุ๋ยตามใบสั่งจ่ายสินค้าเอกสารหมาย จ.8 ถึง จ.10 แก่โจทก์ หากไม่ส่งมอบหรือส่งมอบไม่ได้ก็ให้ใช้ราคา 75,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบปุ๋ยหรือใช้ราคาแทนแก่โจทก์

Matter details

Panel of judges
ดลจรัส รัตนโศภิต · พันธาวุธ ปาณิกบุตร · ประพันธ์ ทรัพย์แสง
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4247/2549

สัญญาแฟ็กเตอริง บริษัทจำกัด ที่จำเลยที่ 1 นำหนี้ซึ่งจำเลยที่ 1 มีสิทธิเรียกร้องจากบุคคลภายนอกและเป็นหนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระมาขายแก่โจทก์ โดยมีข้อสัญญาสรุปได้ว่าจำเลยที่ 1 จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2568 (ref. 716685)

ข้อตกลงระหว่างโจทก์ทั้งห้ากับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 มีลักษณะเป็นการจ้างโจทก์ทั้งห้าให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม มีหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานต่าง ๆ ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เพื่อให้ความช่…

Supreme Court Judgment No. 6557/2567

คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะที่จำเลยเป็นลูกหนี้ของจำเลยร่วม ซึ่งโจทก์และจำเลยร่วมทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องต่อกัน เพื่อโอนสิทธิเรียกร้องที่จำเลยร่วมมีอยู่ต่อจำเลยไปให้โจทก์ โดยโจทก์จ่ายเงินเป็นค่าตอบแทนให…

Supreme Court Judgment No. 786/2567

สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อไม่เหมาะสมแก่การใช้งาน จำเลยมีสิทธิบ่ายเบี่ยงไม่ชำระค่าเช่าซื้อแก่โจทก์ได้โดยไม่ถือว่าผิดนัด โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิก…

Supreme Court Judgment No. 8370/2561

ป.พ.พ. มาตรา 303 บัญญัติว่า "สิทธิเรียกร้องนั้นท่านว่าพึ่งโอนกันได้ เว้นแต่สภาพแห่งสิทธินั้นเอง จะไม่เปิดช่องให้โอนกันได้" และในวรรคสอง บัญญัติว่า "ความที่กล่าวมานี้ย่อมไม่ใช้บังคับ หากคู่กรณีได้แสดงเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up