คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลยฐานนำสิ่งของต้องห้ามออกนอกราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร โดยปรับเรียงตัว
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ฉะเพาะการปรับ คือให้วางเกณฑ์ปรับจำเลยทั้งสองสี่เท่าอย่างเดียวกับศาลชั้นต้น แต่ให้ปรับรวมกันไม่ใช่เรียงตัว จำเลยทั้งสองรับสารภาพ ให้ปราณีลดโทษกึ่งหนึ่ง จำเลยทั้งสองจึงถูกปรับรวมกันเป็นเงิน ๒๓๒๖๐ บาท ๒๐ สตางค์ แต่ส่วนตัวนายกั๊กบ๊อที่ต้องเพิ่มโทษหนึ่งในสามนั้น จำเลยมีสองคนให้แบ่งค่าปรับเป็นสองส่วนเสียก่อน แล้วจึงเพิ่มส่วนนายกั๊กบ๊อ จำนวนค่าปรับที่แบ่งแล้วคือ ๒๓๒๖๐ บาท ๒๐ สตางค์ หนึ่งในสามจึงเป็น ๗๗๕๓ บาท ๔๐ สตางค์ ต่อจากนี้ให้ลดฐานปราณีครึ่งหนึ่ง เหลือ ๓๘๗๖ บาท ๗๐ สตางค์ เงินจำนวนนี้เป็นค่าปรับส่วนตัวนายกั๊กบ๊อ โดยเฉพาะที่เพิ่มแล้วและลดแล้ว
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษาว่า ศาลอุทธรณ์ให้ปรับรวมกันชอบแล้ว ปรากฏว่านายฮี้ตาย จึงให้จำหน่ายคดีสำหรับนายฮี้