Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 707/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า จากเอกสารหลักฐานในสำนวนไม่ปรากฏว่ามีข้อกำหนดหรือข้อตกลงเรื่องการคำนวณดอกเบี้ยของเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไม่ปรากฏว่าผู้จัดการจำเลยได้รู้เห็นและยินยอมด้วยให้นำวิธีการคำนวณดอกเบี้ยที่ผิดหลักเกณฑ์มาใช้โจทก์จึงไม่อาจบังคับให้จำเลยเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณดอกเบี้ยเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้นั้น ศาลแรงงานฟังข้อเท็จจริงว่าการคำนวณดอกเบี้ยตามหลักเกณฑ์ในเอกสารท้ายฟ้อง จำเลยได้แต่งตั้งผู้คิดบัญชีและมีผู้ตรวจสอบบัญชีอีกคนหนึ่งเป็นเวลา 18 ปีแล้วจำเลยไม่เคยทักท้วงแต่อนุมัติตลอดมา จึงมิใช่การคำนวณผิดพลาดดังนั้นอุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 จำเลยได้ก่อตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของจำเลยขึ้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2511 และต่อมาจำเลยได้ระบุเรื่องการหักเงินสะสมและการเข้าร่วมโครงการเงินสะสมไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ซึ่งถือว่าเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างจำเลยกับพนักงานของจำเลยด้วย จำเลยได้คำนวณดอกเบี้ยเงินสะสมและเงินสมทบสำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามวิธีการในเอกสารท้ายฟ้องมาเป็นเวลา 18 ปีแล้ว วิธีการคำนวณดอกเบี้ยเงินสะสมและเงินสมทบดังกล่าวย่อมเป็นส่วนหนึ่งของกฎข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณดอกเบี้ยของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพใหม่ซึ่งไม่เป็นคุณและไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ก่อนได้

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 Section 10 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 Section 20 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 Section 13 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 54

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งยี่สิบหกสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 26โจทก์ทั้งยี่สิบหกสำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งยี่สิบหกเป็นลูกจ้างของจำเลย จำเลยเคยมีระเบียบเกี่ยวกับการหักเงินสะสมพนักงาน เมื่อพนักงานผ่านการทดลองงานแล้วระดับสูง 180 วันและระดับเสมียน ระดับนักการ 120 วัน ตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย โดยจำเลยจะหักค่าจ้างพนักงานร้อยละห้าของเงินเดือนเป็นเงินสะสม และจำเลยออกเงินสมทบให้สองเท่าของเงินสะสม เงินจำนวนดังกล่าวจำเลยเป็นผู้เก็บรักษาไว้และคำนวณดอกเบี้ยให้โจทก์ร้อยละสิบสองต่อปี โดยมีวิธีการคำนวณดอกเบี้ยคือ แบ่งการคำนวณดอกเบี้ยออกเป็นสองส่วนคำนวณดอกเบี้ยในส่วนเงินสะสมของโจทก์ทั้งยี่สิบหก แล้วคำนวณดอกเบี้ยในส่วนของเงินที่จำเลยออกสมทบให้จำนวนสองเท่าแล้วจึงนำดอกเบี้ยของเงินสะสมของโจทก์ทั้งยี่สิบหกและดอกเบี้ยของเงินที่จำเลยออกสมทบมารวมกัน

ตั้งแต่เริ่มหักเงินสะสมจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2534 ซึ่งเป็นวิธีการคำนวณดอกเบี้ยแบบเดิมปรากฏตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ต่อมาจำเลยได้เปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณดอกเบี้ยให้โจทก์ทั้งยี่สิบหกแบบใหม่ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม2535 จนถึงปัจจุบัน ทำให้โจทก์ทั้งยี่สิบหกได้ดอกเบี้ยลดน้อยลง การที่จำเลยนำวิธีการคำนวณดอกเบี้ยแบบใหม่มาใช้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณแก่โจทก์ทั้งยี่สิบหก ขอให้บังคับจำเลยโดยให้นำวิธีการคำนวณดอกเบี้ยแบบเดิมมาใช้กับโจทก์ทั้งยี่สิบหกโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่1 มกราคม 2535 เป็นต้นไปจนกว่าโจทก์ทั้งยี่สิบหกจะพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของจำเลยจำเลยทั้งยี่สิบหกสำนวนให้การว่า

จำเลยประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ โดยได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย จำเลยได้จัดทำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อเป็นสวัสดิการแก่พนักงานของจำเลยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2511 โดยมีหลักเกณฑ์ว่าพนักงานของจำเลยจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพอัตราร้อยละห้าของเงินเดือน และจำเลยจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพในอัตราร้อยละสิบของเงินเดือนของพนักงานคนนั้นโดยจะมีคณะกรรมการบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นผู้ดำเนินงานและวางกฎข้อบังคับในการบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นับตั้งแต่ได้จัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คณะกรรมการบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้นำเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพฝากไว้ที่จำเลยในฐานะที่จำเลยประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ โดยจำเลยจ่ายดอกเบี้ยสำหรับเงินที่นำมาฝากดังกล่าว

วิธีการคำนวณดอกเบี้ยนั้นจำเลยคำนวณจ่ายให้แก่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นเช่นเดียวกับที่จำเลยจ่ายดอกเบี้ยให้แก่ประชาชนผู้มาฝากเงินโดยทั่วไปเป็นตามมาตรฐานของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยเมื่อต้น พ.ศ. 2535จำเลยมีความประสงค์ให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของพนักงาน จำเลยอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพ.ศ. 2530 เพื่อจำเลยและพนักงานของจำเลยจะได้รับประโยชน์ในเรื่องภาษี กล่าวคือ เงินที่สะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นจะถือว่าเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้ นอกจากนั้นผู้บริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพ.ศ. 2530 จะเป็นผู้มีความชำนาญในการบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและได้รับอนุญาตจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

กระทรวงการคลังประกอบกับการบริหารงานของคณะกรรมการบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นเป็นหลักเกณฑ์อันเชื่อถือได้ว่าเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะไม่ถูกนำไปใช้ในวิธีการที่ผิดหรือนำไปลงทุนต่อในกิจการที่เลี่ยงต่อการสูญเสียหรือการเสียหายของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วยเหตุดังกล่าวจำเลยจึงตรวจสอบการฝากเงินของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและพบว่านับแต่ พ.ศ. 2516 เป็นต้นมา พนักงานของจำเลยได้ใช้วิธีการคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากที่จ่ายให้แก่พนักงานผิดพลาดไปโดยได้นำต้นเงินที่ยังไม่ถึงกำหนดมารวมคำนวณเป็นฐานการคิดดอกเบี้ย การกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยให้แก่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มเติมมากขึ้นกว่าที่เคยปฏิบัติมานับตั้งแต่

พ.ศ. 2511 ทั้งยังไม่สอดคล้องกับการคำนวณอัตราดอกเบี้ยตามวิธีการของธนาคาร เมื่อจำเลยทราบว่าได้มีการผิดพลาดเกิดขึ้น จำเลยจึงได้แจ้งให้โจทก์และพนักงานอื่นของจำเลยทราบถึงการคำนวณที่ผิดพลาด จำเลยมิได้เปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างจำเลยไม่ได้กระทำผิดหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริการที่จำเลยรับฝากเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นก็เพราะเป็นสถาบันการเงินและเป็นการกระทำอีกฐานะหนึ่งแยกต่างหากจากหน้าที่หรือความยินยอมในการกระทำของนายจ้างที่จ่ายเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพซึ่งหากโจทก์ทุกคนนำเงินดังกล่าวไปฝากไว้ที่สถาบันการเงินอื่นอัตราดอกเบี้ยที่โจทก์ทั้งยี่สิบหกจะได้รับจะต้องไม่แตกต่างจากที่จำเลยคำนวณให้

การคำนวณดอกเบี้ยของจำเลยให้แก่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นมิได้เป็นข้อตกลงระหว่างโจทก์ทั้งยี่สิบหกกับจำเลยในฐานะธนาคารพาณิชย์อันจะถือได้ว่าเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ส่วนอัตราดอกเบี้ยที่จำเลยในฐานะธนาคารพาณิชย์จ่ายเกินได้เข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปแล้วนั้น นับแต่พ.ศ. 2516 ถึง พ.ศ. 2534 เป็นเวลา 18 ปี จำเลยมิได้เรียกกลับคืนคงถือเป็นประโยชน์ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ส่วนอัตราดอกเบี้ยและวิธีการคำนวณที่ถูกต้องจะได้ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ วันที่1 มกราคม 2535 ดังนั้น โจทก์ทั้งยี่สิบหกจึงไม่อาจเรียกร้องให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่เกินกว่าจำนวนที่ต้องจ่ายจริงและไม่อาจเรียกร้องให้จำเลยคำนวณดอกเบี้ยให้ผิดพลาดต่อไปอีกได้ ตามกฎข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพโจทก์ทั้งยี่สิบหกมีสิทธิได้รับเงินสะสมพร้อมดอกเบี้ยต่อเมื่อได้พ้นสภาพการเป็นพนักงานของจำเลยแล้วเท่านั้น

เมื่อโจทก์ทั้งยี่สิบหกยังคงปฏิบัติงานให้จำเลยอยู่ จำเลยยังไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยที่โจทก์ทั้งยี่สิบหกอ้างว่าไม่เป็นคุณแก่โจทก์ทั้งยี่สิบหก โจทก์ทั้งยี่สิบหกยังไม่ได้รับความเสียหายจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนการที่โจทก์ทั้งยี่สิบหกขอให้บังคับจำเลยจ่ายดอกเบี้ยไปจนกว่าจะถึงวันที่โจทก์ทั้งยี่สิบหกพ้นจากการเป็นพนักงานนั้น เป็นวิธีการที่ไม่อาจเป็นไปได้ เพราะหากไม่ได้นำเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาฝากไว้ที่จำเลย โดยนำไปฝากไว้ที่สถาบันการเงินอื่นหรือถูกจัดการโดยวิธีอื่น จำเลยมิได้อยู่ในฐานะผู้รับฝากเงินก็จะจ่ายดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ทั้งยี่สิบหกมิได้ ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การที่จำเลยสั่งเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณดอกเบี้ยเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง ซึ่งไม่เป็นคุณแก่โจทก์ทั้งยี่สิบหกจำเลยไม่อาจกระทำได้

พิพากษาให้จำเลยนำวิธีการคำนวณดอกเบี้ยแบบเดิมตามที่กำหนดไว้ในเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 มาใช้กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับพนักงานธนาคารสหมาลายัน จำกัดสาขากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2535 เป็นต้นไปจนกว่าโจทก์ทุกคนจะพ้นสภาพการเป็นพนักงานของจำเลยจำเลยทั้งยี่สิบหกสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ข้อแรกว่าจากเอกสารหลักฐานในสำนวนไม่ปรากฏว่า มีข้อกำหนดหรือข้อตกลงเรื่องการคำนวณดอกเบี้ยของเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไม่ปรากฏว่าผู้จัดการจำเลยได้รู้เห็นและยินยอมด้วยให้นำวิธีการคำนวณดอกเบี้ยที่ผิดหลักเกณฑ์มาใช้ โจทก์ทั้งยี่สิบหกจึงไม่อาจบังคับให้จำเลยเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณดอกเบี้ยเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้นั้น

เห็นว่า ข้อที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า การคำนวณดอกเบี้ยตามหลักเกณฑ์ในเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 จำเลยได้แต่งตั้งผู้คิดบัญชีและมีผู้ตรวจสอบบัญชีอีกคนหนึ่งเป็นเวลา 18 ปีแล้ว จำเลยไม่เคยทักท้วงแต่อนุมัติตลอดมา จึงมิใช่การคำนวณผิดพลาด ดังนั้นอุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ข้อต่อมาว่า วิธีการคำนวณดอกเบี้ยของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของจำเลย ไม่ใช่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง จำเลยจึงมีสิทธิจะเปลี่ยนแปลงได้นั้น เห็นว่าจำเลยได้ก่อตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของจำเลยขึ้นเมื่อวันที่1 มกราคม 2511 และต่อมาจำเลยได้ระบุเรื่องการหักเงินสะสมและการเข้าร่วมโครงการเงินสะสมไว้ในบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ข้อ 13 เอกสารหมาย

จ.1 ซึ่งถือว่าเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างจำเลยกับพนักงานของจำเลยด้วย จำเลยได้คำนวณดอกเบี้ยเงินสะสมและเงินสมทบสำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามวิธีการในเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 มาเป็นเวลา 18 ปีแล้ววิธีการคำนวณดอกเบี้ยเงินสะสมและเงินสมทบดังกล่าวย่อมเป็นส่วนหนึ่งของกฎข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณดอกเบี้ยของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพใหม่ซึ่งไม่เป็นคุณและไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งยี่สิบหกก่อนได้

ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สวรรค์ ศักดารักษ์ · ชลิต ประไพศาล · สมภพ โชติกวณิชย์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2538 (ref. 1457)

การตกลงอันจะก่อให้เกิดสัญญาจ้างแรงงานซึ่งรวมถึงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้นหาได้จำต้องเฉพาะการตกลงโดยชัดแจ้งไม่อาจมีการตกลงโดยปริยายก็ได้ จำเลยเคยจ่ายเงินพิเศษแก่ลูกจ้างปีละ15วันแล้วได้เปลี่ยนมาเป็…

Supreme Court Judgment No. 9403/2538

การตกลงอันจะก่อให้เกิดสัญญาจ้างแรงงานซึ่งรวมถึงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้น หาได้จำต้องเฉพาะการตกลงโดยชัดแจ้งไม่ อาจมีการตกลงโดยปริยายก็ได้ จำเลยเคยจ่ายเงินพิเศษแก่ลูกจ้างปีละ 15 วัน แล้วได้เปลี่ยน…

Supreme Court Judgment No. 1128/2544

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย มีสภาพเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เมื่อบริษัทจำเลยได้มีประกาศแก้ไขเปลี่ยนแปลงการลงโทษทางวินัยลูกจ้างที่ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหนักขึ้นกว่าที่กำหนดไว้ ซึ…

Supreme Court Judgment No. 2078/2543

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไม่มีข้อความระบุไว้โดยชัดแจ้งว่าการพิจารณาขึ้นค่าจ้างตามข้อตกลง ให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างใช้ดุลพินิจพิจารณาขึ้นค่าจ้างให้แก่พนักงานลูกจ้างของจำเลยตามสภาพความเป็นจริงได้ จำเลยจ…

Supreme Court Judgment No. 4306/2541

แม้การแก้ไขเปลี่ยนแปลงวันเวลาทำงานของจำเลยเป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขสภาพการจ้างเพียงชั่วคราวก็ตาม กรณีก็ต้องอยู่ภายใต้บังคับของพ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 13 มาตรา 16 และมาตรา 18กล่าวคือ จำเลยซึ่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up