คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า ระหว่าง 26 เมษายน 2499 ถึง 16 เมษายน 2502จำเลยเป็นนายอำเภอท่าฉาง ในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งนั้น โจทก์ได้แต่งตั้งจำเลยเป็นนายไปรษณีย์อนุญาตอำเภอท่าฉางอีกตำแหน่งหนึ่งจำเลยจึงเป็นตัวแทนของโจทก์ ระหว่างที่เป็นนายไปรษณีย์อนุญาตนั้นจำเลยได้ปล่อยปละละเลยให้บุคคลที่ทำงานในไปรษณีย์อนุญาตนี้กับข้าราชการใต้บังคับบัญชาของจำเลยเก็บเงินรายได้ของโจทก์ไว้โดยลำพังเป็นการฝ่าฝืนระเบียบฯ และด้วยความประมาทเลินเล่อของจำเลยเป็นเหตุให้ผู้ทุจริตมีโอกาสยักยอกเงินรายได้ของที่ทำการไปรษณีย์อนุญาตอำเภอท่าฉางไปในระหว่างนั้น เป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งเป็นตัวการเสียหาย จำเลยซึ่งเป็นตัวแทนจะต้องรับผิด ขอให้จำเลยใช้เงินจำนวนนั้นกับดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า
จำเลยเป็นายไปรษณีย์โดยข้อตกลงระหว่างกระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงคมนาคม ไม่ได้เป็นตัวแทนของโจทก์ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ฯลฯศาลจังหวัดไชยาเห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่เข้าลักษณะตัวแทนและฟังว่าโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อเกิน 1 ปีนับแต่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ว่าจำเลยต้องรับผิดชอบใช้เงินรายนี้แล้ว คดีจึงขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาว่า จำเลยเป็นตัวของโจทก์และคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลล่างฟังข้อเท็จจริงว่า ตามข้อตกลงระหว่างกระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงคมนาคม และข้อบังคับไปรษณีย์อนุญาตข้อ 7 นั้น ผู้ใดดำรงตำแหน่งนายอำเภอในอำเภอที่มีไปรษณีย์อนุญาตอำเภอใด ก็ต้องเป็นนายไปรษณีย์อนุญาตอำเภอนั้นด้วย การที่จำเลยเป็นนายไปรษณีย์อนุญาตอำเภอนั้น ทางราชการกำหนดให้จำเลยเป็น มิใช่ว่าการเป็นนั้นเป็นไปตามความสมัครใจยินยอมหรือโดยความตกลงของจำเลยการเป็นนายไปรษณีย์ของจำเลยจึงมิใช่เกิดจากสัญญาระหว่างจำเลยกับโจทก์ ฉะนั้น ในการพิจารณาถึงความรับผิดของจำเลยในคดีนี้ระหว่างโจทก์กับจำเลย จำเลยจึงมิใช่ตัวแทนของโจทก์ ส่วนเรื่องอายุความนั้น ศาลฎีกาฟังว่า นับแต่เมื่อโจทก์รู้จำนวนเงินที่ขาดบัญชีและรู้ว่าจำเลยต้องรับผิดใช้แก่โจทก์จนถึงวันฟ้องเป็นเวลาเกินกว่าหนึ่งปีแล้ว
Result
จึงพิพากษายืน