Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7026/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2โดยประมาทเลินเล่อชนรถยนต์ของโจทก์ โจทก์จำเลยที่ 1 ได้ตกลง กันซึ่งพนักงานสอบสวนได้บันทึกไว้มีใจความว่า จำเลยที่ 1ยอมรับผิดและยินยอมชดใช้ค่าเสียหาย โดยจะนำรถของโจทก์ไป ซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิมและใช้การได้ โดยจะนำไปซ่อมที่ อู่ ช. คู่กรณีตกลงและไม่ติดใจค่าเสียหายอื่นอีก โจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน ข้อตกลง ดังกล่าวเป็นสัญญาซึ่งโจทก์และจำเลยที่ 1 ตกลงระงับข้อพิพาท ที่โจทก์จะเรียกค่าเสียหายในการซ่อมรถยนต์ของโจทก์ ค่าเสียหายอื่นอันเกิดจากการกระทำละเมิดซึ่งมีอยู่ในขณะนั้น จากจำเลยที่ 1 ให้เสร็จไปด้วยการผ่อนผันให้แก่กัน โดยโจทก์ ให้จำเลยที่ 1 นำรถไปซ่อมแซมที่อู่ ช. ให้อยู่ในสภาพเดิมแทนการเรียกค่าเสียหายเป็นตัวเงินและจำเลยที่ 1 ตกลงซ่อมแซม ให้ จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 มีผลให้มูลหนี้ละเมิดระงับสิ้นไป ทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงไว้ในสัญญาตามมาตรา 852 จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดตามสัญญาประนีประนอมยอมความต่อโจทก์ และเมื่อมูลหนี้ละเมิดระงับ จำเลยที่ 2 ผู้เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 จึงหลุดพ้นความรับผิดไปด้วย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2ได้ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 คันหมายเลขทะเบียน 8จ-1451กรุงเทพมหานคร โดยประมาทถอยหลังออกจากที่จอดรถไปชนรถยนต์ของโจทก์คันหมายเลขทะเบียน 2ข-6161 กรุงเทพมหานคร เป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหาย หลังเกิดเหตุจำเลยทั้งสองยินยอมชำระค่าซ่อมให้แก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเสียเงินค่าซ่อม 22,459 บาท นอกจากนี้โจทก์ยังเสียหายเป็นค่าเสื่อมราคารถยนต์เป็นเงิน 20,000 บาทและเสียค่ารถยนต์รับจ้างโดยเฉลี่ยวันละ 500 บาท รวม 7 วันเป็นเงิน 3,500 บาท และดอกเบี้ยในเงินค่าซ่อมนับแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 138.66 บาท รวมเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น46,133.66 บาท

ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน46,133.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงิน22,495 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า หลังเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ยินยอมชำระค่าซ่อมให้แก่โจทก์ เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 เป็นเรื่องที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ตกลงกันเอง ไม่มีส่วนใดเกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 2 ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าหลังเกิดเหตุโจทก์และจำเลยที่ 1 ได้แจ้งต่อพนักงานสอบสวนและให้ทำบันทึกประจำวันตามเอกสารหมายจ.2 อันมีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งระงับมูลหนี้ละเมิด แล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 22,495 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี

นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนจำเลยที่ 2โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเอกสารหมาย จ.2 ไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความไม่ทำให้มูลหนี้ละเมิดระงับ พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 32,995 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 1ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 โดยประมาทเลินเล่อชนรถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหาย อันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์จำเลยที่ 1 ได้ตกลงกันต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้บันทึกข้อตกลงมีใจความว่า

"จำเลยที่ 1 ยอมรับผิดและยินยอมชดใช้ค่าเสียหาย โดยจะนำรถของโจทก์ไปซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิมและใช้การได้ โดยจะนำไปซ่อมที่อู่ช่อเส็ง ถนนพัฒนาการ คู่กรณีตกลงและไม่ติดใจค่าเสียหายอื่นอีกแต่อย่างใด โจทก์กับจำเลยที่ 1ได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน ปรากฏรายละเอียดตามรายงานประจำเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย จ.2 มีปัญหาว่าข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.2 เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ เห็นว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นสัญญาซึ่งโจทก์และจำเลยที่ 1 ผู้กระทำละเมิดตกลงระงับข้อพิพาทที่โจทก์จะเรียกค่าเสียหายในการซ่อมรถหมายเลขทะเบียน2ข-6161 กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ และค่าเสียหายอื่นอันเกิดจากการกระทำละเมิดซึ่งมีอยู่ในขณะนั้น จากจำเลยที่ 1 ให้เสร็จไปด้วยการผ่อนผันให้แก่กัน โดยโจทก์ให้จำเลยที่ 1 นำรถคันดังกล่าวไปซ่อมแซมที่อยู่ช่งเส็งให้อยู่ในสภาพเดิมแทนการเรียกค่าเสียหายในการซ่อมแซมเป็นตัวเงินและจำเลยที่ 1 ตกลงซ่อมแซมให้ ข้อตกลงค่าเสียหายจึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 ถึงแม้ตามสัญญาดังกล่าวจะมีความต่อไปว่า

"หากมีการบิดพลิ้วจึงแนะนำให้ไปฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนในทางแพ่งกับจำเลยที่ 1" ก็เป็นเรื่องความเห็นและข้อแนะนำของร้อยตำรวจโทอดิศักดิ์ ชูพันธุ์ พนักงานสอบสวนเอง หาใช่ข้อตกลงของโจทก์และจำเลยที่ 1 เกี่ยวกับเรื่องค่าเสียหายซึ่งได้ระงับข้อพิพาทกันแล้วแต่อย่างใหม่ เมื่อข้อตกลงระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ดังกล่าวแล้วเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ มีผลให้มูลหนี้ละเมิดที่จำเลยที่ 1 ทำระงับสิ้นไป ทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงไว้ในสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 852 จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดตามสัญญาประนีประนอมยอมความต่อโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.2 และเมื่อมูลหนี้ละเมิดระงับจำเลยที่ 2 ผู้เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 จึงหลุดพ้นความรับผิดไปด้วย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามา ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

Matter details

Panel of judges
สุทธิ นิชโรจน์ · สุชาติ ถาวรวงษ์ · สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 298/2551

บันทึกข้อตกลงที่จำเลยที่ 1 ผู้กระทำละเมิดยอมรับผิดต่อ น.ซึ่งเป็นผู้ขับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ว่าจะนำรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายไปซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดีดังเดิม แม้ว่าจำเลยที่ 1 จะยอมรับผิดชอบใน…

Supreme Court Judgment No. 2841/2548

บันทึกรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีมีข้อความว่า "วันที่ 23 ธันวาคม 2539 ได้มี ป. ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋ง และ ว. ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ มาพบเพื่อเจรจาค่าเสียหาย ที่ตกลงกันได้ คือ ป. ได้เรียกร้องให้ ว. ซ่อมรถที่…

Supreme Court Judgment No. 2840/2548

เมื่อจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 1 ได้ทำบันทึกข้อตกลงกับตัวแทนของโจทก์ต่อหน้าพนักงานสอบสวนตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีว่า จำเลยที่ 1 ยินยอมตกลงชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ โดยจำเลยที่ 1 จะน…

Supreme Court Judgment No. 624/2545

คำฟ้องของโจทก์บรรยายไว้โดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง แล้ว ไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบหรือหลง…

Supreme Court Judgment No. 127/2538

หลังเกิดเหตุรถยนต์ชนกัน โจทก์ที่ 2 เจ้าของรถยนต์ฝ่ายหนึ่งได้เจรจากับ พ. คนขับรถยนต์คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นฝ่ายประมาท พ.ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดโดยการซ่อมรถยนต์ให้อยู่ในสภาพดี ใช้การได้ดีเหมือน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up