เนื้อความคำพิพากษา
ได้ความว่า ไม้สักแปรรูปยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นของจำเลยวันเกิดเหตุลูกจ้างของจำเลยขนไม้ของกลางจากโรงงานมาส่งสถานีรถไฟเพื่อบรรทุกรถไฟถูกเจ้าพนักงานจับกุม โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ จำเลยปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลย 500 บาท ตามฟ้อง และริบของกลางศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาว่า วันเกิดเหตุจำเลยอยู่ที่กรุงเทพฯ จะถือว่าของกลางอยู่ในความครอบครองของจำเลยไม่ได้ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ลูกจ้างของจำเลยเคลื่อนย้ายไม้ของกลางไปตามคำสั่งของจำเลย ก็แสดงว่าจำเลยยังยึดถือเป็นเจ้าของไม้นั้นอยู่ จำเลยจะไปอยู่ที่ใด จึงไม่ทำให้การครอบครองตามความหมายพระราชบัญญัติป่าไม้ในฐานะเป็นเจ้าของสิ้นสุดไป และตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ก็มิได้บัญญัติไว้เป็นพิเศษให้เจ้าของไม้จำต้องดูแลรักษาด้วยตนเองแต่อย่างไรพิพากษายืน