Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2565 (ref. 691441)

พ.ศ. 2565 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยเคยยื่นฎีกาฉบับลงวันที่ 22 มีนาคม 2564 ต่อมาศาลฎีกายกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่รับฎีกา และมีคำสั่งเป็นว่าไม่รับฎีกาของจำเลย ศาลชั้นต้นได้อ่านคำสั่งให้คู่ความฟังแล้ว คำสั่งดังกล่าวเป็นที่สุด ส่วนที่จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมฎีกาฉบับลงวันที่ 5 เมษายน 2565 เป็นการยื่นเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลายื่นฎีกา ตามคำร้องอ้างเพียงเหตุว่าศาลฎีกาไม่รับฎีกาฉบับลงวันที่ 22 มีนาคม 2564 เนื่องจากไม่มีคำร้องขออนุญาตฎีกา จำเลยจึงยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมฎีกาฉบับลงวันที่ 5 เมษายน 2565 อันเป็นเหตุที่เกิดจากความบกพร่องของจำเลยเอง มิใช่เหตุที่จำเลยจะยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาและฎีกาได้อีก ให้ยกคำร้องขออนุญาตฎีกาและไม่รับฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 5 เมษายน 2565

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง, 72 ตรี วรรคหนึ่ง วรรคสาม พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14, 31 วรรคหนึ่ง วรรคสาม, 26/4, 26/5 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานยึดถือครอบครองทำประโยชน์ ก่นสร้าง แผ้วถางหรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติฯ อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 เดือน และปรับ 13,333.33 บาท

พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับทางนำสืบของจำเลยแล้ว โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี คุมความประพฤติจำเลยโดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติปีละ 3 ครั้ง ภายในเวลา 2 ปี ห้ามจำเลยกระทำความผิดที่เป็นการทำลายสภาพสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในลักษณะเดียวกันภายในระหว่างเวลาที่คุมความประพฤติ และให้จำเลยทำงานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์เป็นเวลา 40 ชั่วโมง กับให้จำเลยเข้ารับการอบรมโครงการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ป่าไม้และรักษาสิ่งแวดล้อมตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กับให้จำเลย คนงาน ผู้รับจ้าง และบริวารออกไปจากป่าสงวนแห่งชาติที่เกิดเหตุ และให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน 500,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ยของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 ซึ่งเป็นวันที่ทำละเมิดจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จสิ้นให้แก่กรมป่าไม้ ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความรวมทั้งค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีในส่วนแพ่งให้เป็นพับ (อันดับ 49) โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ (อันดับ 60) ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 1,800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 ซึ่งเป็นวันทำละเมิดเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่กรมป่าไม้ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (อันดับ 70) จำเลยยื่นฎีกา (อันดับ 75) ศาลฎีกามีคำสั่งที่ ครพ.สว.5772/2564 โดยให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่รับฎีกา และมีคำสั่งเป็นว่าไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยไม่ชำระค่าธรรมเนียมศาล จึงไม่มีค่าขึ้นศาลจะคืนให้ ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นให้เป็นพับ (อันดับ 95)

จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมฎีกานี้ (อันดับ 97, 98)

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกา ฉบับวันที่ 5 เมษายน 2565 พร้อมคำฟ้องฎีกาฉบับวันที่ 5 เมษายน 2565 นั้น เห็นว่า จำเลยเคยยื่นฎีกาฉบับวันที่ 22 มีนาคม 2564 ต่อมาศาลฎีกามีคำสั่งที่ ครพ.สว.5772/2564 วินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยมาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาชอบที่จะยกคำสั่งของศาลชั้นต้นและมีคำสั่งใหม่ และเมื่อจำเลยยื่นฎีกาโดยมิได้ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกามาด้วย จึงมีคำสั่งยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่รับฎีกา และมีคำสั่งเป็นว่าไม่รับฎีกาของจำเลย ศาลชั้นต้นได้อ่านคำสั่งดังกล่าวให้คู่ความฟังแล้ว คำสั่งดังกล่าวเป็นที่สุด ส่วนที่จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมฎีกาฉบับวันที่ 5 เมษายน 2565 เป็นการยื่นเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลายื่นฎีกา ตามคำร้องก็อ้างเพียงเหตุว่าศาลฎีกาไม่รับฎีกาฉบับวันที่ 22 มีนาคม 2564 เนื่องจากไม่มีคำร้องขออนุญาตฎีกา

จำเลยจึงยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมฎีกาฉบับวันที่ 5 เมษายน 2565 อันเป็นเหตุผลที่เกิดจากความบกพร่องของจำเลยเอง มิใช่เหตุที่จำเลยจะยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาและฎีกาได้อีก ให้ยกคำร้องขออนุญาตฎีกาและไม่รับฎีกาของจำเลยฉบับวันที่ 5 เมษายน 2565

Matter details

Panel of judges
เผด็จ ชมพานิชย์ · ชัยเจริญ ดุษฎีพร · อรพงษ์ ศิริกานต์นนท์
Lower court
ศาลจังหวัดเชียงราย - ศาลอุทธรณ์ภาค 5 -
Supreme Court black case no.
ครพ.สว.9/2565
Source
คำร้องขออนุญาตฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 647/2567

คดีที่โจทก์ยื่นฟ้องเป็นคดีนี้ถึงที่สุดไปตั้งแต่ก่อนวันที่ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 27) มีผลใช้บังคับและจำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 7 และ 27 กรกฎาคม 2565 ขอให้เพิกถอ…

Supreme Court Judgment No. 4976/2561

คดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสามต่อศาลแขวงสุพรรณบุรี ศาลแขวงสุพรรณบุรีได้มีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความจนคดีถึงที่สุดก่อนวันที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่…

Supreme Court Judgment No. 8692/2560

คดีนี้ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท อันถือได้ว่าเป็นการยื่นฟ้องจำเลยและบริวารเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 หลังจากพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประ…

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 704041)

คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 แผนกคดีผู้บริโภคย่อมเป็นที่สุด ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 49 วรรคสอง แต่คู่ความอาจขออนุญาตฎีกาได้ โดยยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกามาพร้อมกับคำฟ้องฎีก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up