Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6892/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานจำเลยทั้งสามในวันเดียวกันนั้นจำเลยที่ 3 ก็ได้ยื่นคำร้องชี้แจงเหตุผลในการที่จำเลยทั้งสามมีความจำเป็นจะต้องขอเลื่อนการสืบพยานเนื่องจากในระหว่างเดินทางมาศาล ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์บรรทุกสิบล้อชนกับรถยนต์บรรทุกหกล้อเป็นเหตุให้ขวางการจราจร ทำให้รถยนต์ประจำทางที่จำเลยที่ 3 นั่งมาเสียเวลาและจำเลยที่ 3 เดินทางมาถึงศาลเวลา 9.40 น.ทั้งเสียเวลาหาห้องพิจารณาคดี จึงรออยู่จนทนายจำเลยทั้งสามมาพบ ขอให้ศาลนำคดีขึ้นพิจารณาใหม่เพื่อให้โอกาสจำเลยนำพยานเข้าสืบต่อสู้คดี กรณีเช่นนี้ถือว่าจำเลยที่ 3ได้โต้แย้งคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นไว้แล้ว จำเลยที่ 3จึงอุทธรณ์ฎีกาได้ ส่วนจำเลยที่ 1 และที่ 2 นั้น ปรากฏว่าเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสามเลื่อนคดีและถือว่าจำเลยทั้งสามไม่มีพยานมาสืบ งดสืบพยานจำเลยทั้งสามนั้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 1 และที่ 2มิได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวของศาลชั้นต้นไว้ทั้งที่มีโอกาสจะโต้แย้งได้ จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระต้นเงินตามสัญญากู้ยืมจำนวน 313,842 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2535 จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสามให้การว่า สัญญากู้ยืมตามฟ้องไม่มีมูลหนี้ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน313,842 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันทำสัญญากู้คือวันที่ 26 ตุลาคม 2535 จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสามว่าเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสามเลื่อนคดีและถือว่าจำเลยทั้งสามไม่มีพยานมาสืบจึงให้งดสืบพยานจำเลยทั้งสามเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาการที่จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2538อ้างเหตุที่ไม่สามารถมาศาลตามกำหนดนัดเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถยนต์จะถือได้หรือไม่ว่าจำเลยที่ 3 โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นไว้แล้ว

จำเลยที่ 3 ย่อมมีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 ในข้อนี้เห็นว่าหลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานจำเลยทั้งสามแล้ว จำเลยที่ 3ก็ได้ยื่นคำร้อง ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2538 ชี้แจงเหตุผลในการที่จำเลยที่ 3 มีความจำเป็นที่จะต้องขอเลื่อนการสืบพยานเนื่องจากในระหว่างเดินทางมาศาลจังหวัดนครปฐม จำเลยที่ 3นั่งรถยนต์ประจำทางสายสุพรรณบุรี-กรุงเทพฯมา ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์บรรทุกสิบล้อชนกับรถยนต์บรรทุกหกล้อที่บริเวณทุ่งรางเทียนขวางการจราจร ทำให้รถยนต์ประจำทางที่จำเลยที่ 3 นั่งมาเสียเวลาและจำเลยที่ 3 เดินทางมาถึงศาลเวลา 9.40 นาฬิกา ทั้งเสียเวลาหาห้องพิจารณาคดี จึงรออยู่จนทนายจำเลยทั้งสามมาพบ

จำเลยที่ 3มิได้จงใจประวิงคดี ขอให้ศาลนำคดีขึ้นพิจารณาใหม่เพื่อให้โอกาสจำเลยนำพยานเข้าสืบต่อสู้คดี กรณีจึงถือว่าจำเลยที่ 3ได้โต้แย้งคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นไว้แล้ว จำเลยที่ 3 จึงอุทธรณ์ฎีกาได้ ส่วนจำเลยที่ 1 และที่ 2 นั้น ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสามเลื่อนคดี และถือว่าจำเลยทั้งสามไม่มีพยานมาสืบจึงให้งดสืบพยานจำเลยทั้งสามนั้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 1 และที่ 2 มิได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวของศาลชั้นต้นไว้ทั้งที่มีโอกาสจะโต้แย้งได้จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 ที่ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยที่ 1และที่ 2 มาเป็นการมิชอบ และที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่รับวินิจฉัยให้นั้นชอบแล้ว

การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาข้อนี้มาเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 3 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังขึ้นบางส่วนข้อที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า การที่จำเลยที่ 3 มาไม่ทันเวลาตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดนัดและจำเลยที่ 3 ได้ยื่นคำร้องลงวันที่ 29พฤศจิกายน 2539 ชี้แจงถึงสาเหตุที่มาศาลล่าช้า จะถือได้หรือไม่ว่าจำเลยที่ 3 ประวิงคดี ในข้อนี้เห็นว่าการที่จำเลยที่ 3มาศาลล่าช้ากว่าเวลากำหนดนัดสืบพยานจำเลยของศาลชั้นต้นและได้ยื่นคำร้องดังกล่าวในวันเดียวกับอ้างเหตุขัดข้องที่ไม่สามารถมาศาลได้ทันตามกำหนดนัดเนื่องจากรถยนต์บรรทุกชนกันกีดขวางทางจราจร

ทำให้รถยนต์โดยสารที่จำเลยที่ 3 นั่งมาได้ถึงศาลจังหวัดนครปฐม เวลา 9.40 นาฬิกา ล่าช้ากว่ากำหนดนัดของศาลและจำเลยที่ 3 ไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไรและไม่ทราบว่าต้องขึ้นไปห้องพิจารณาคดีใด จึงรอทนายจำเลยทั้งสามลงมาพบ จำเลยที่ 3 มิได้จงใจประวิงคดีหรือไม่มาศาลนั้น พฤติการณ์ทั้งหมดของจำเลยที่ 3 หากเป็นความจริง กรณียังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3จงใจประวิงคดีให้ล่าช้า และเป็นความผิดของจำเลยที่ 3ที่ไม่ดำเนินการให้ได้พยานมาสืบ ควรให้โอกาสจำเลยที่ 3ได้ดำเนินการอีกสักนัดหรือสองนัดก่อน จึงจะควรถึงขั้นพิจารณาว่าจำเลยที่ 3 ประวิงคดีหรือไม่ต่อไป กรณีจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3ประวิงคดี ฎีกาของจำเลยที่ 3 ข้อนี้ฟังขึ้น"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองในส่วนของจำเลยที่ 3 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการให้จำเลยที่ 3 นำพยานเข้าสืบต่อไป แล้วให้โจทก์นำพยานเข้าสืบหักล้างได้ เสร็จแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

Matter details

Panel of judges
กมล เพียรพิทักษ์ · วุฒิ คราวุฒิ · สุพล พันธุมโน
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3748/2565

ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่า ผู้ร้องครอบครองที่ดินเฉพาะส่วน โดยแบ่งการครอบครองเป็นสัดส่วน พร้อมกับขอให้กันส่วนที่ดินเฉพาะส่วนซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องออกจากที่ดินก่อนมีการขายทอดตลาด แม้ตามคำร้องจะใช้คำ…

Supreme Court Judgment No. 3202/2559

แม้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่ได้ตั้งประเด็นข้อพิพาทว่าฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวข้องกันกับฟ้องเดิมที่รวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้หรือไม่ไว้ด้วย แต่เมื่อโจทก์ได้ยื่นคำร…

Supreme Court Judgment No. 7206/2558

ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นระบุแต่เพียงว่า ในวันดังกล่าวมีการสืบพยานโจทก์และโจทก์อ้างส่งเอกสาร 7 อันดับ ศาลหมาย จ.1 ถึง จ.7 โดยจำเลยแถลงคัดค้านว่า แผนผังสมาชิก หนังสือเรื่องขอรับรางวัลเกียรติย…

Supreme Court Judgment No. 4474/2558

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีไว้ชั่วคราวจนกว่าคดีร้องขัดทรัพย์จะถึงที่สุด คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของจำเลยที่ 3 ที่ขอให้ยกคดีนี้ขึ้นพิจารณาใหม่และยกคำร้องขอเฉลี่ยของผู้ร้อง จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิ…

Supreme Court Judgment No. 12434/2558

คำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและงดสืบพยานจำเลยของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยจะอุทธรณ์คำสั่งได้จะต้องโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ และต้องอุทธรณ์คำสั่งหลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วตาม ป.วิ.พ. ม…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up