เนื้อความคำพิพากษา
แม้คดีนี้ผู้ฟ้องคดีทั้งหนึ่งร้อยยี่สิบสามซึ่งเป็นเอกชน ยื่นฟ้องกระทรวงการคลัง ที่ ๑ กรมธนารักษ์ ที่ ๒ ธนารักษ์พื้นที่เลย ที่ ๓ ที่ดินจังหวัดเลย ที่ ๔ ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยมีคำขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้เพิกถอนที่ราชพัสดุและโฉนดที่ดินที่ออกทับที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งหนึ่งร้อยยี่สิบสาม กับให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ ดำเนินการตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ให้แก่ผู้ฟ้องคดีทั้งหนึ่งร้อยยี่สิบสาม ซึ่งเป็นการฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองและออกเอกสารสิทธิให้แก่ผู้ฟ้องคดีทั้งหนึ่งร้อยยี่สิบสาม แต่เหตุแห่งการขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว
ผู้ฟ้องคดีทั้งหนึ่งร้อยยี่สิบสามอ้างว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ ออกโฉนดที่ดินและผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ถึงที่ ๓ จดทะเบียนที่ราชพัสดุโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทับที่ดินของผู้ฟ้องคดี ทั้งหนึ่งร้อยยี่สิบสาม อันเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน จึงมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินของผู้ฟ้องคดีหรือเป็นที่ดินของรัฐ ดังนั้น เมื่อพิจารณาความมุ่งหมายของผู้ฟ้องคดีทั้งหนึ่งร้อยยี่สิบสาม ในการใช้สิทธิทางศาล ก็เพื่อให้ศาลรับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งหนึ่งร้อยยี่สิบสาม การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของผู้ฟ้องคดีทั้งหนึ่งร้อยยี่สิบสามได้นั้น ศาลจำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่าที่ดินพิพาทผู้ฟ้องคดีทั้งหนึ่งร้อยยี่สิบสามเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ตามที่กล่าวอ้างหรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นได้ต่อไป กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม (ไม่มี -) - -