เนื้อความคำพิพากษา
คดีที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชน ยื่นฟ้อง โรงเรียนเทศบาล ๑ ทรงพลวิทยา ที่ ๑ เทศบาลเมืองบ้านโป่ง ที่ ๒ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอบ้านโป่ง ที่ ๓ ผู้ถูกฟ้องคดี โดยอ้างว่า ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามละเลยต่อหน้าที่ไม่ตรวจสอบดูแลรักษาสายไฟฟ้าที่ชำรุดและปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควรในการแก้ไขกระแสไฟฟ้ารั่วภายในโรงเรียนผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ซึ่งเป็นสถานศึกษาในสังกัดผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ และมีผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ เป็นเจ้าของเสาไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้ารั่ว เป็นเหตุให้บุตรของผู้ฟ้องคดีถูกกระแสไฟฟ้าที่รั่วลงมาตามน้ำลงพื้นคอนกรีตที่มีน้ำขังอยู่ดูดและถึงแก่ความตาย ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เมื่อเทศบาลเมืองบ้านโป่ง
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เป็นเทศบาลเมือง ตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ จึงเป็นราชการส่วนท้องถิ่น อันเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามบทนิยามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ จัดตั้งโรงเรียนเทศบาล ๑ ทรงพลวิทยา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ขึ้นภายในเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง จึงเป็นการจัดตั้งสถานศึกษาในสังกัดของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ อันเป็นการทำหน้าที่จัดทำบริการสาธารณะด้านการศึกษาให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จึงเป็นหน่วยงานทางปกครองตามพระราชบัญญัติดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอบ้านโป่ง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ เป็นหน่วยงานในสังกัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่เป็นนิติบุคคลประเภทรัฐวิสาหกิจ
จัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ. ๒๕๐๓ จึงเป็นหน่วยงานทางปกครองประเภทรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ ตามบทนิยามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน และโดยที่พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ กำหนดหน้าที่ของเทศบาลในกิจการที่ต้องทำภายในเขตเทศบาลเมือง ตามมาตรา ๕๐ (๖) ประกอบมาตรา ๕๓ (๑) และ (๗) ได้แก่ การจัดการ ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา ศาสนา และการฝึกอบรม ให้แก่ประชาชน รวมทั้งการจัดการหรือสนับสนุนการดูแลและพัฒนาเด็กเล็ก และการจัดให้มีและบำรุงการไฟฟ้า หรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น ดังนั้น เทศบาลเมืองบ้านโป่ง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ จึงมีหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติในการจัดการศึกษา และบำรุงการไฟฟ้าภายในเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง
ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ซึ่งเป็นสถานศึกษาย่อมมีหน้าที่ในการดูแลตรวจสอบระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่ใช้ภายในสถานศึกษาซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดทำบริการสาธารณะด้านการศึกษาให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพตามที่กำหนดในคู่มือแนวทางปฏิบัติและมาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษา ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นการกำหนดหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ในการรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษาในเรื่องต่าง ๆ ดังนั้น กรณีตามคำฟ้องจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองกระทำละเมิดอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง (ไม่มี -) - -