Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6760/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ในการที่ไฟไหม้อาคารและทรัพย์สินของโจทก์เสียหาย จึงไม่ก่อให้เกิดหนี้ที่จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ แม้จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้แก่โจทก์ก็หามีผลให้จำเลยต้องรับผิดตามหนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวไม่เพราะเป็นการรับสภาพหนี้โดยปราศจากมูลหนี้ที่จะให้รับสภาพหนี้จึงไม่มีผลบังคับแก่กันได้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้เงินจำนวน 1,807,470.90 บาทตามหนังสือรับสภาพหนี้ที่ ส. ทำละเมิดต่อโจทก์ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

Provisions the court ruled on

เนื้อความคำพิพากษา

จำเลยมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ในการที่ไฟไหม้อาคารและทรัพย์สินของโจทก์เสียหาย จึงไม่ก่อให้เกิดหนี้ที่จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ แม้จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้แก่โจทก์ก็หามีผลให้จำเลยต้องรับผิดตามหนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวไม่เพราะเป็นการรับสภาพหนี้โดยปราศจากมูลหนี้ที่จะให้รับสภาพหนี้จึงไม่มีผลบังคับแก่กันได้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้เงินจำนวน 1,807,470.90 บาทตามหนังสือรับสภาพหนี้ที่ ส. ทำละเมิดต่อโจทก์ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำละเมิด หนังสือรับสภาพหนี้ที่จำเลยทำให้โจทก์ไม่มีผลผูกพันจำเลย

พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เหตุเพลิงไหม้มิใช่เป็นผลเกิดขึ้นจากการที่จำเลยกลับไปบ้านพักไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ แต่เกิดจากการที่นายสมศักดิ์บุคคลวิกลจริตได้จุดไฟเผาแม้จำเลยอยู่ปฏิบัติหน้าที่ก็คงต้องเกิดเหตุ จำเลยไม่ต้องร่วมรับผิดฐานละเมิด และไม่ต้องรับผิดตามหนังสือรับสภาพหนี้ พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้เป็นยุติว่าจำเลยรับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่งานในพระองค์ระดับ 1 แผนกศุภรัต กองพระราชพิธีสังกัดโจทก์ จำเลยได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าเวรรักษาราชการของแผนกศุภรัตซึ่งอยู่ภายในพระบรมมหาราชวังระหว่างเวลา 8 นาฬิกา ของวันที่ 2 กรกฎาคม 2532 ถึงเวลา 9 นาฬิกาของวันที่ 3 กรกฎาคม 2532 ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2532 เวลาประมาณ 21 นาฬิกา

จำเลยกลับไปรับประทานอาหารที่บ้านพักซึ่งอยู่ท้ายวังในพระบรมมหาราชวัง แล้วไม่ได้กลับไปปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าเวรรักษาราชการดังกล่าว ต่อมาเวลาประมาณ 1 นาฬิกา ของวันที่ 3 กรกฎาคม 2532 นายสมศักดิ์ เครือแสง ซึ่งเป็นบุคคลวิกลจริตที่นายสุชิต จั่วแจ่มใส พนักงานขับรถยนต์ประจำแผนกศุภรัตนำมาพักอาศัยอยู่ด้วยจุดไฟเผาเพิงพักอาศัยของนายสุชิต ซึ่งอยู่ติดกับอาคารแผนกศุภรัต ทำให้ไฟลุกลามไปไหม้อาคารแผนกศุภรัตซึ่งเป็นอาคารไม้เก่าอย่างรวดเร็วไม่สามารถดับได้ เป็นเหตุให้อาคารและทรัพย์สินของโจทก์เสียหายเป็นเงิน 1,381,410 บาท ต่อมาวันที่ 19 มกราคม 2536 จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้เอกสารหมาย จ.13 ให้ไว้แก่โจทก์ยอมใช้เงินจำนวน 1,381,410 บาท ให้แก่โจทก์ โดยขอผ่อนชำระหนี้เดือนละ1,000 บาท แต่หลังจากนั้นจำเลยก็ไม่ได้ชำระเงินให้โจทก์เลยคดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงข้อเดียวว่า

จำเลยต้องรับผิดใช้เงินให้แก่โจทก์ตามหนังสือรับสภาพหนี้เอกสารหมาย จ.13 หรือไม่ ในปัญหานี้เห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเหตุเพลิงไหม้มิใช่เป็นผลเกิดขึ้นจากการที่จำเลยกลับไปบ้านพักไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ แต่เกิดจากการที่นายสมศักดิ์บุคคลวิกลจริตได้จุดไฟเผาแม้จำเลยอยู่ปฏิบัติหน้าที่ก็คงต้องเกิดเหตุ จำเลยจึงไม่ต้องร่วมรับผิดฐานละเมิดนั้นโจทก์มิได้ฎีกาคัดค้านว่าจำเลยได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้เป็นยุติว่าจำเลยมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ในการที่ไฟไหม้อาคารและทรัพย์สินของโจทก์เสียหาย การที่ไฟไหม้อาคารและทรัพย์สินของโจทก์เสียหายเช่นนั้นจึงไม่ก่อให้เกิดหนี้ที่จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์แต่อย่างใด ดังนั้นแม้จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้เอกสารหมาย

จ.13 ให้แก่โจทก์ ก็หามีผลให้จำเลยต้องรับผิดตามหนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวแก่โจทก์ไม่เพราะกรณีเช่นนี้เป็นการรับสภาพหนี้โดยปราศจากมูลหนี้ที่จะให้รับสภาพหนี้ เนื่องจากโจทก์และจำเลยไม่มีมูลหนี้ต่อกันจึงไม่มีผลบังคับแก่กันได้ ทั้งนี้ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 484/2516 คดีระหว่างบริษัทส่งเสริมเศรษฐกิจแห่งชาติ จำกัดโดยนายฉลอง ปึงตระกูล และพลจัตวาทรงพล เสนีวงศ์ ณ อยุธยาผู้ชำระบัญชี โจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดสหสากลน้ำมัน โดยนางสุวรรณี พัวไพโรจน์ ผู้ชำระบัญชี กับพวกจำเลยที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · ก้าน อันนานนท์ · อำนวย หมวดเมือง
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1211/2545

ตามสัญญาของข้าราชการไปศึกษาหรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศของจำเลยข้อ 3ระบุว่า เมื่อจำเลยสำเร็จการศึกษาหรือไม่ จำเลยจะรับราชการต่อไปในสังกัดกรมอาชีวศึกษาโจทก์ กระทรวงศึกษาธิการหรือในกระทรวง ทบวง กรมอื่นตามที…

Supreme Court Judgment No. 6139/2540

ส. เข้าทำงานกับโจทก์ทั้งสองครั้ง สัญญาค้ำประกัน ส. ที่จำเลยทำไว้กับโจทก์เป็นการค้ำประกันการเข้าทำงานครั้งแรก เมื่อโจทก์ยอมรับว่าการทำงานครั้งแรกของ ส. มิได้ทำความเสียหายให้โจทก์ เมื่อ ส. เลิกทำงานกับโ…

Supreme Court Judgment No. 5419/2540

ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/14(1) ผู้ที่จะรับสภาพหนี้ได้มีเฉพาะตัวลูกหนี้เท่านั้น การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้ทำสัญญารับใช้หนี้แทน ซ. ลูกหนี้ของโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.…

Supreme Court Judgment No. 8084/2567

คำวินิจฉัยของศาลล้มละลายกลางในคดีที่บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดบริษัท อ. ลูกหนี้ และพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ว่าหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีขาดอายุคว…

Supreme Court Judgment No. 2033/2567

สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 ถือเอาผลสำเร็จแห่งการงานที่จ้างเป็นสำคัญ และการจ่ายสินจ้างถือเอาความสำเร็จของผลงานหรือตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อสัญญาจ้างดังกล่าวกำหนดชำระค่าจ้าง 3 ง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up