คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการยกให้และแบ่งที่พิพาทให้โจทก์ ฯลฯจำเลยให้การต่อสู้คดี และว่าคดีโจทก์ขาดอายุความศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองแบ่งนาพิพาทให้แก่โจทก์คนละ2 ใน 15 ส่วน ฯลฯจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า นาพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างนายกิ่งนางเม้าเมื่อนายกิ่งนางเม้ายังมีชีวิตอยู่ ให้โจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ 1 กับนางสาหร่ายอาศัยทำกินครั้นนายกิ่งตาย นาพิพาทส่วนที่เป็นของนายกิ่งย่อมเป็นมรดกตกได้แก่ทายาททันที โจทก์ทั้งสองเป็นบุตร มีสิทธิจะได้รับมรดก จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในนาพิพาทตามส่วนที่ตนจะได้รับมรดกตามกฎหมาย โดยไม่จำต้องมีการแสดงเจตนาเปลี่ยนแปลงลักษณะการยึดถือดังที่จำเลยฎีกาและภายหลังที่นายกิ่งตายแล้ว
โจทก์ทั้งสองก็ยังคงทำนาพิพาทอยู่ตามเดิม จึงเป็นกรณีทายาทครอบครองทรัพย์มรดกร่วมกันมาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1748 แม้โจทก์จะฟ้องเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่นายกิ่งเจ้ามรดกตายคดีโจทก์ก็ไม่ขาดอายุความมรดกคดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกเอากรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่เป็นของโจทก์แต่ถูกจำเลยยื้อแย่งไปเอากลับคืนมา แม้จะต้องมีการเพิกถอนการโอนยกให้ระหว่างนางเม้ากับจำเลยทั้งสอง เพราะนางเม้าไม่มีสิทธิเอานาพิพาทส่วนที่เป็นของโจทก์ทั้งสองไปโอนให้ก็ตาม แต่กรณีก็ไม่ใช่เรื่องเพิกถอนการฉ้อฉล ฉะนั้น จะนำอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 240 มาใช้บังคับแก่คดีนี้ดังที่จำเลยฎีกาไม่ได้พิพากษายืน