Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6698/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นสัญญาต่างตอบแทน จำเลยทั้งหกจึงมีหน้าที่จะต้องชำระหนี้ตอบแทนแก่โจทก์ คือ ปลูกสร้างทาวน์เฮาส์และโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน และแม้สัญญาจะไม่มีกำหนดระยะเวลาก่อสร้างแล้วเสร็จไว้ก็ตาม แต่ก็เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยทั้งหกจะต้องดำเนินการก่อสร้างทาวน์เฮาส์ในที่ดินให้แก่โจทก์ตามสัญญาให้แล้วเสร็จสมบูรณ์พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ในเวลาอันสมควร เมื่อโจทก์ได้ชำระเงินค่างวดตามสัญญา คงเหลือเงินเพียงงวดสุดท้ายที่จะต้องชำระให้จำเลยทั้งหกในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน แต่จำเลยทั้งหกกลับให้เวลาผ่านไปเนิ่นนานโดยมิได้ปฏิบัติการก่อสร้างทาวน์เฮาส์ให้แล้วเสร็จ ดำเนินการแบ่งแยกโฉนดที่ดิน และโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมทาวน์เฮาส์ให้แก่โจทก์ตามสัญญา จำเลยทั้งหกจึงมิได้อยู่ในฐานะที่จะสามารถชำระหนี้ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 211 โจทก์จึงมิได้เป็นฝ่ายผิดนัดและถือว่าจำเลยทั้งหกเป็นฝ่ายผิดสัญญาจะซื้อจะขาย จำเลยทั้งหกจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้โจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกร่วมกันคืนเงินมัดจำและเงินค่างวด 1,350,000 บาท พร้อมค่าเสียหาย 750,000 บาท รวมเป็นเงิน 2,100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน1,350,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป หากจำเลยทั้งหกไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือกรณีไม่อาจบังคับแก่จำเลยทั้งหกได้ ให้จำเลยทั้งหกชำระค่าเสียหายเพิ่มขึ้น 1,500,000 บาทแก่โจทก์

จำเลยทั้งหกให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 และที่ 3 ถึงแก่ความตายโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 และนายรัฐพงษ์ ทายาทโดยธรรมของจำเลยที่ 3 ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 ร่วมกันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมบ้านซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินตามแผนผังสังเขป เนื้อที่ 44 ตารางวา ในโฉนดเลขที่ 168719 ตำบลลาดยาว (บางซื่อฝั่งเหนือ) อำเภอจตุจักร (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร โดยปราศจากภาระผูกพันใด ๆ และให้ติดตั้งมาตรวัดน้ำกับไฟฟ้าในบ้านดังกล่าว ทั้งจัดการสร้างสิ่งสาธารณูปโภค ได้แก่ ระบบไฟฟ้า ประปา ท่อน้ำเสียสำหรับโครงการดังกล่าวให้ครบถ้วนภายใน 3 เดือนนับแต่วันพิพากษา โดยให้ร่วมกันเสียค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการโอนกึ่งหนึ่ง กับให้โจทก์ชำระเงินส่วนที่เหลือตามสัญญาจำนวน 3,150,000 บาท แก่ฝ่ายจำเลยในวันจดทะเบียนโอนหากจำเลยไม่ปฏิบัติหรือไม่อาจบังคับได้ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 ร่วมกันคืนเงินมัดจำและเงินผ่อนค่างวดจำนวน 1,350,000 บาท แก่โจทก์

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2535 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จและให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความเป็นเงิน 10,000 บาทสำหรับค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี ในส่วนความรับผิดของนายรัฐพงษ์ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 3 นั้น ให้รับผิดไม่เกินทรัพย์มรดกของจำเลยที่ 3 ซึ่งตกได้แก่ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน จำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 5 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,350,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 ใช้ค่าทนายความในชั้นนี้แทนโจทก์ 8,000 บาท โจทก์มิได้แก้อุทธรณ์ของจำเลยที่ 5 จึงไม่กำหนด ค่าทนายความให้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 ฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 6 ถึงแก่ความตาย โจทก์ยื่นคำร้องขอให้หมายเรียกนายฮิเดะโอะ ผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 6 เข้าเป็นคู่ความแทนศาลฎีกามีคำสั่งตั้งบุคคลผู้ถูกเรียกเป็นคู่ความแทน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า จำเลยทั้งหกเข้าหุ้นกันจัดสรรที่ดินพร้อมสร้างบ้านแบบทาวน์เฮาส์ขายบนที่ดินโฉนดเลขที่ 15562 และเลขที่ 15563 ตำบลลาดยาว (บางซื่อฝั่งเหนือ) อำเภอจตุจักร (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร ต่อมามีการรวมโฉนดและแบ่งแยกออกเป็นโฉนดเลขที่ 168719 โจทก์วางเงินมัดจำ 50,000 บาท เพื่อซื้อที่ดินพร้อมบ้าน และวันที่ 22 สิงหาคม 2533 โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมบ้านกับจำเลยที่ 1 ในราคา 4,500,000 บาท แบ่งชำระ 10 งวด งวดละ130,000 บาท ชำระทุกวันที่ 25 ของเดือน ชำระงวดแรกวันที่ 25 สิงหาคม 2533 ส่วนที่เหลือ 3,150,000 บาท

ชำระในวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ตามสัญญาจะซื้อจะขาย โจทก์สั่งจ่ายเช็คผู้ถือ ชำระค่างวด งวดที่ 1 ถึงที่ 7 แล้ว ส่วนเช็คงวดที่ 8 ถึงที่ 10 ห้างหุ้นส่วนจำกัด กันย์ทิพย์พาณิชย์ เป็นผู้เรียกเก็บเงินตามใบแจ้งรายการบัญชีเดินสะพัด ซึ่งห้างหุ้นส่วนจำกัด กันย์ทิพย์พาณิชย์มีนายกันย์ทัศ สามีจำเลยที่ 5 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ นายกันย์ทัศและหรือจำเลยที่ 5 เป็นผู้มีอำนาจในการสั่งจ่ายเงินจากบัญชีที่เรียกเก็บเงินของห้างหุ้นส่วนจำกัดกันย์ทิพย์พาณิชย์ ดังกล่าว จำเลยที่ 1 มีหนังสือถึงโจทก์ให้เตรียมเอกสารการรับโอนกรรมสิทธิ์ แต่การก่อสร้างทาวน์เฮาส์ยังไม่แล้วเสร็จ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 ว่า

โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่รับโอนกรรมสิทธิ์หรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 จะมีหนังสือถึงโจทก์ให้เตรียมเอกสารเพื่อรับโอนกรรมสิทธิ์ แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยทั้งหกยังปลูกสร้างทาวน์เฮาส์ไม่แล้วเสร็จและไม่ได้ขอแบ่งแยกโฉนดที่ดิน ดังนี้ จำเลยทั้งหกมิได้อยู่ในฐานะที่จะสามารถชำระหนี้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 211 โจทก์จึงมิได้เป็นฝ่ายผิดนัด จำเลยทั้งหกย่อมไม่มีสิทธิเรียกร้องให้โจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นสัญญาต่างตอบแทน จำเลยทั้งหกจึงมีหน้าที่จะต้องชำระหนี้ตอบแทนแก่โจทก์ คือ ปลูกสร้างทาวน์เฮาส์และโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน และแม้สัญญาจะไม่มีกำหนดระยะเวลาก่อสร้างแล้วเสร็จไว้ก็ตาม แต่ก็เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยทั้งหกจะต้องดำเนินการก่อสร้างทาวน์เฮาส์ในที่ดินให้แก่โจทก์ตามสัญญาให้แล้วเสร็จสมบูรณ์พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ในเวลาอันสมควร

เมื่อปรากฏว่าโจทก์ได้ชำระเงินค่างวดตามสัญญา คงเหลือเงินเพียงงวดสุดท้ายที่จะต้องชำระให้จำเลยทั้งหกในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามสัญญาจะซื้อจะขาย แต่จำเลยทั้งหกกลับให้เวลาผ่านไปเนิ่นนานโดยมิได้ปฏิบัติการก่อสร้างทาวน์เฮาส์ให้แล้วเสร็จและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมทาวน์เฮาส์ให้แก่โจทก์ตามสัญญา ซึ่งเมื่อนับจากวันทำสัญญาถึงวันที่จำเลยที่ 1 บอกกล่าวให้โจทก์เตรียมเอกสารเพื่อรับโอนกรรมสิทธิ์เป็นเวลา 2 ปีเศษ และจำเลยที่ 1 รับเงินที่โจทก์ชำระค่างวดตามสัญญานับแต่วันทำสัญญาถึงวันฟ้องเป็นเวลา 6 ปีเศษแล้ว แต่จำเลยทั้งหกไม่ปฏิบัติการชำระหนี้ตามสัญญาโดยยังก่อสร้างทาวน์เฮาส์ ตลอดจนดำเนินการแบ่งแยกโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ไม่เสร็จ กรณีเช่นนี้ถือว่าจำเลยทั้งหกเป็นฝ่ายผิดสัญญาจะซื้อจะขาย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 6 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 5 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,350,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
สุทธินันท์ เสียมสกุล · วีระวัฒน์ ปวราจารย์ · ปิยกุล บุญเพิ่ม
Lower court
ศาลแพ่ง - นายสุรพล เอี่ยมอธิคม
ศาลอุทธรณ์ - นายศิริชัย วัฒนโยธิน
Supreme Court black case no.
พณ.304/2549
Trial court black case no.
พ18210/2539
Trial court red case no.
พ8342/2544
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกพาณิชย์และเศรษฐกิจ
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4859/2539

โจทก์กล่าวอ้างว่าในวันที่5กุมภาพันธ์2534จำเลยไม่โอนที่ดินให้แก่โจทก์ยังไม่ได้จัดการทำถนนท่อระบายน้ำไฟฟ้าและยังไม่ได้แบ่งแยกที่ดินจึงถือว่าจำเลยที่1ผิดสัญญาจำเลยให้การสู้คดีว่าได้มีหนังสือบอกกล่าวให้โจ…

Supreme Court Judgment No. 5952/2533

จำเลยทั้งสองค้างชำระค่าสินค้าแก่โจทก์ 161,973.60 บาท หนี้ครบกำหนดชำระแล้ว จำเลยที่ 1 จะบังคับให้โจทก์รับชำระหนี้แต่เพียงบางส่วน 65,331 บาท ไม่ได้ การที่โจทก์ไม่ยอมรับชำระจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้ผิด…

Supreme Court Judgment No. 3088/2526

โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินกันเป็นหนังสือ แม้จะมีการวางมัดจำด้วยก็ถือได้ว่าการวางมัดจำเป็นแต่เพียงข้อสัญญาข้อหนึ่งเท่านั้น หาใช่ทำสัญญากันด้วยการวางมัดจำไม่ การที่โจทก์นำสืบพยานบุคคลว่ายังมีข้อตก…

Supreme Court Judgment No. 3114/2523

โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินโดยตกลงจะชำระราคาและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์กันภายในกำหนด 6 เดือน การที่โจทก์ผู้จะซื้อได้นัดหมายให้จำเลยไปทำนิติกรรมโอนขายที่ดินณ สำนักงานที่ดินภายในกำหนด 6 เดือนแล้ว ถือ…

Supreme Court Judgment No. 2389/2518

ซื้อขายที่ดิน ส.ค.1 อาจขอ น.ส.3 พร้อมกับโอนขายได้การที่ผู้ขายไปหอทะเบียนเพื่อออก น.ส.3 กับขอขาย แต่ผู้ซื้อไม่ไปรับโอน ผู้ซื้อเป็นผู้ผิดสัญญา

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up