Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2545 (ref. 65793)

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งว่า คำสั่งศาลที่ให้วินิจฉัยข้อกฎหมายในคำพิพากษา เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อจำเลยทั้งสองโต้แย้งไว้แล้ว จำเลยทั้งสองชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งนั้น ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2) จำเลยทั้งสองจะอุทธรณ์ทันทีตามอุทธรณ์ฉบับนี้ไม่ได้ จึงไม่รับอุทธรณ์ฉบับนี้ของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองเห็นว่า คำร้องของจำเลยทั้งสองที่ขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยชี้ขาดเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ เป็นข้อกฎหมายที่หากศาลมีคำสั่งให้ส่งไปศาลฎีกาแล้วจะทำให้คดีเสร็จไปทั้งสำนวน เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งให้วินิจฉัยเมื่อมีคำพิพากษาโดยไม่ส่งสำนวนไปยังศาลฎีกานั้น ถือว่าศาลสั่งเป็นคุณแก่ฝ่ายโจทก์ จำเลยจึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ทันที เพราะถือว่าเป็นคำสั่งใด ๆตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 คำสั่งไม่รับอุทธรณ์จึงไม่ชอบโปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 10,262,112.55 บาทให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 14 ต่อปี ในต้นเงินจำนวน 4,769,359.80บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 8 มีนาคม 2544) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ระหว่างพิจารณา จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางส่งสำนวนไปให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามูลหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องอยู่ในอำนาจศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางหรือไม่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งว่า สมควรวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าวในคำพิพากษา จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ (ถ้อยคำสำนวนอันดับ 7) จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (ถ้อยคำสำนวนอันดับ 1) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งคำร้องของจำเลยทั้งสองที่ขอให้ส่งสำนวนไปให้ประธานศาลฎีกาชี้ขาดเรื่องอำนาจศาลว่า สมควรวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าวในคำพิพากษานั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา แต่อย่างไรก็ตามศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นว่า กรณีตามคำร้องดังกล่าวของจำเลยทั้งสอง มีปัญหาว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางหรือไม่ แต่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมิได้เสนอปัญหานี้ให้ประธานศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัยเสียก่อน ตามที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพ.ศ. 2539 มาตรา 9 บัญญัติไว้ จึงไม่ถูกต้อง และจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวทันที จึงชอบที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจะอาศัยเหตุตามความในมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพ.ศ. 2539 สั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองส่งมาให้ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพิจารณาได้ แต่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมิได้ดำเนินการดังกล่าว จึงเห็นสมควรให้รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสองฉบับลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 ไว้พิจารณา และให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางดำเนินการต่อไป

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 Section 44

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 86/2545ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชนโจทก์บริษัท ไอฮอฟ จำกัด กับพวกจำเลยนาย ศิริชัย พลการ ทนายจำเลยทั้งสองผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 ม. 44ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งว่า คำสั่งศาลที่ให้วินิจฉัยข้อกฎหมายในคำพิพากษา เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อจำเลยทั้งสองโต้แย้งไว้แล้ว จำเลยทั้งสองชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งนั้น ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2)

จำเลยทั้งสองจะอุทธรณ์ทันทีตามอุทธรณ์ฉบับนี้ไม่ได้ จึงไม่รับอุทธรณ์ฉบับนี้ของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองเห็นว่า คำร้องของจำเลยทั้งสองที่ขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยชี้ขาดเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ เป็นข้อกฎหมายที่หากศาลมีคำสั่งให้ส่งไปศาลฎีกาแล้วจะทำให้คดีเสร็จไปทั้งสำนวน เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งให้วินิจฉัยเมื่อมีคำพิพากษาโดยไม่ส่งสำนวนไปยังศาลฎีกานั้น ถือว่าศาลสั่งเป็นคุณแก่ฝ่ายโจทก์ จำเลยจึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ทันที เพราะถือว่าเป็นคำสั่งใด ๆตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 คำสั่งไม่รับอุทธรณ์จึงไม่ชอบโปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองด้วย หมายเหตุ

โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 10,262,112.55 บาทให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 14 ต่อปี ในต้นเงินจำนวน 4,769,359.80บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 8 มีนาคม 2544) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ระหว่างพิจารณา จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางส่งสำนวนไปให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามูลหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องอยู่ในอำนาจศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางหรือไม่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งว่า สมควรวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าวในคำพิพากษา

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ (ถ้อยคำสำนวนอันดับ 7) จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (ถ้อยคำสำนวนอันดับ 1) คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งคำร้องของจำเลยทั้งสองที่ขอให้ส่งสำนวนไปให้ประธานศาลฎีกาชี้ขาดเรื่องอำนาจศาลว่า สมควรวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าวในคำพิพากษานั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา แต่อย่างไรก็ตามศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นว่า กรณีตามคำร้องดังกล่าวของจำเลยทั้งสอง มีปัญหาว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางหรือไม่ แต่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมิได้เสนอปัญหานี้ให้ประธานศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัยเสียก่อน ตามที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพ.ศ. 2539 มาตรา 9 บัญญัติไว้ จึงไม่ถูกต้อง และจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวทันที จึงชอบที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจะอาศัยเหตุตามความในมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพ.ศ. 2539 สั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองส่งมาให้ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพิจารณาได้ แต่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมิได้ดำเนินการดังกล่าว จึงเห็นสมควรให้รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสองฉบับลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 ไว้พิจารณา และให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
สุรชาติ บุญศิริพันธ์ · เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · พินิจ เพชรรุ่ง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up