Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6569/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ทนายจำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล ต้องถือว่าจำเลยทราบคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ถึงแม้ว่าจำเลยซึ่งเป็นตัวความจะไม่ทราบวันนัดก็ตาม เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 62 บัญญัติว่า ทนายความซึ่งคู่ความได้แต่งตั้งนั้นมีอำนาจว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ แทนคู่ความได้ตามที่เห็นสมควร ตามใบแต่งทนายความของจำเลย ระบุว่าให้ทนายจำเลยมีอำนาจใช้สิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกาได้ด้วย การที่ทนายจำเลยทราบวันนัดฟังคำพิพากษาโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วไม่แจ้งวันนัดให้จำเลยทราบ จำเลยจะยกเหตุดังกล่าวมาเป็นข้ออ้างต่อศาลหาได้ไม่ เพราะจำเลยมีทนายความกระทำการแทนตนอยู่แล้วการที่ทนายจำเลยไม่ดูแลและเอาใจใส่คดีของจำเลยเป็นเรื่องระหว่างจำเลยกับทนายจำเลย จึงไม่ใช่เหตุสุดวิสัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ที่ศาลจะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ทั้งสองถอนฟ้องจำเลยร่วมและมีคำพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสอง 298,900 บาท คำขออื่นให้ยกจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ว่า ไม่ทราบว่าศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อใด เพราะทนายจำเลยมิได้แจ้งให้ทราบ เพิ่งทราบเมื่อได้รับคำบังคับจากศาล ซึ่งเป็นระยะเวลาที่พ้นกำหนดยื่นอุทธรณ์ จำเลยมิได้จงใจไม่ยื่นอุทธรณ์ในกำหนด และกรณีเป็นเหตุสุดวิสัยศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เหตุที่อ้างตามคำร้องมิใช่เป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัยอันจะมีคำขอภายหลังสิ้นกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์ได้ ให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2541 ว่านัดสืบพยานจำเลย โจทก์ที่ 1 ทนายโจทก์ทั้งสองและทนายจำเลยมาศาลสืบพยานจำเลยได้ 1 ปาก ทนายจำเลยแถลงหมดพยานคดีเสร็จการพิจารณา จึงให้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 30 มิถุนายน 2541 เวลา 13.30 นาฬิกา ครั้นถึงวันนัดฟังคำพิพากษา โจทก์ทั้งสองและทนายโจทก์ทั้งสองมาศาลศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาให้คู่ความที่มาศาลฟังแล้ว และถือว่าจำเลยทราบคำพิพากษาโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว การที่ทนายจำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล ต้องถือว่าจำเลยทราบคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ถึงแม้ว่าจำเลยซึ่งเป็นตัวความจะไม่ทราบวันนัดก็ตาม เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 62 บัญญัติว่า

ทนายความซึ่งคู่ความได้แต่งตั้งนั้นมีอำนาจว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆแทนคู่ความได้ตามที่เห็นสมควร ซึ่งตามใบแต่งทนายความของจำเลย ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2539 ก็ระบุในใบแต่งทนายความแล้วว่าให้มีอำนาจ ฯลฯ ใช้สิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกาได้ด้วย ดังนั้น การที่ทนายจำเลยทราบวันนัดฟังคำพิพากษาโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วไม่แจ้งวันนัดให้จำเลยทราบ จำเลยจะยกเหตุดังกล่าวมาเป็นข้ออ้างต่อศาลหาได้ไม่ เพราะจำเลยมีทนายความกระทำการแทนตนอยู่แล้ว การที่ทนายจำเลยไม่ดูแลและเอาใจใส่คดีของจำเลยเป็นเรื่องระหว่างจำเลยกับทนายจำเลย ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ดลจรัส รัตนโศภิต · สมศักดิ์ วงศ์ยืน · ประพันธ์ ทรัพย์แสง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up