Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6451/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ป.รัษฎากร มาตรา 12 ให้อธิบดีกรมสรรพากรมีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรค้างได้โดยมิต้องขอให้ศาลออกหมายยึดหรือสั่ง อันเป็นการกระทำที่ถือได้ว่ามีผลเป็นอย่างเดียวกับการฟ้องคดีให้จำเลยชำระภาษี จึงเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/14 (5)

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 193/14 ป.รัษฎากร Section 12

คำฟ้องและคำให้การ

ป.รัษฎากร มาตรา 12 ให้อธิบดีกรมสรรพากรมีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรค้างได้โดยมิต้องขอให้ศาลออกหมายยึดหรือสั่ง อันเป็นการกระทำที่ถือได้ว่ามีผลเป็นอย่างเดียวกับการฟ้องคดีให้จำเลยชำระภาษี จึงเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/14 (5)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2535 จำเลยมีรายรับจากการขายที่ดินแต่มิได้นำรายรับดังกล่าวไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ โจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะและชำระภาษี เบี้ยปรับกับเงินเพิ่มรวม 3 ครั้ง จำเลยได้รับหนังสือโดยชอบแต่มิได้ไปพบเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีของโจทก์และยื่นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะแต่อย่างใด เจ้าพนักงานประเมินจึงได้ประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะที่จำเลยต้องชำระเป็นเงินรวม 1,059,984 บาท และมีหนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะให้จำเลยทราบโดยชอบโดยวิธีปิดหนังสือแจ้งการประเมิน จำเลยมิได้ชำระภาษีดังกล่าวและมิได้อุทธรณ์คัดค้านการประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จึงเป็นภาษีอากรค้างอันเป็นหนี้ที่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน

โจทก์สืบหาทรัพย์สินของจำเลยแต่ไม่พบว่าจำเลยมีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะพึงยึดมาชำรหนี้ และได้มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้รวม 2 ครั้ง ซึ่งมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วัน จำเลยได้รับหนังสือโดยชอบแต่ไม่ชำระหนี้และเป็นบุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลาย

จำเลยให้การว่า สิทธิเรียกร้องของโจทก์เริ่มนับแต่วันที่จำเลยขายอสังหาริมทรัพย์แต่ละแปลงไป แต่โจทก์มิได้ฟ้องจำเลยภายในอายุความ 10 ปี นับแต่วันเกิดสิทธิเรียกร้อง คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลล้มละลายกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่อุทธรณ์โต้แย้งรับฟังได้ว่า ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2535 จำเลยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์รวม 10 รายการ และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตราร้อยละ 3 ของรายรับตามประมวลรัษฎากร มาตรา 91/2 (6) และมาตรา 91/6 (3) แต่จำเลยไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะพร้อมชำระภาษี

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โจทก์มีนายอนันต์ให้ถ้อยคำตามบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นประกอบเอกสารหมาย จ.4 ถึง จ.22 ได้ความว่า เมื่อโจทก์ตรวจสอบพบว่าจำเลยไม่นำรายรับจากการขายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ โจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะและชำระภาษีแต่จำเลยเพิกเฉย เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2545 เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 91/15 (1), 91/16 (1) และ 91/21 (6) ประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับรายรับของจำเลยในเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน 2535 พร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่ม และภาษีบำรุงท้องถิ่นเป็นเงินรวม 1,059,894 บาท และได้มีหนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะให้จำเลยทราบแล้วโดยชอบ แต่จำเลยไม่ชำระภาษีดังกล่าวและมิได้อุทธรณ์คัดค้านการประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

เห็นว่า จำเลยมีรายรับจากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรในเดือนกรกฎาคม 2535 จำนวน 3,400,000 บาท เดือนสิงหาคม 2535 จำนวน 1,800,000 บาท และเดือนกันยายน 2535 จำนวน 2,829,500 บาท ซึ่งตามประมวลรัษฎากร มาตรา 91/10 จำเลยมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะและชำระภาษีภายใน 15 วัน ของเดือนถัดไป คือ ภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2535 วันที่ 15 กันยายน 2535 และวันที่ 15 ตุลาคม 2535 ตามลำดับ แต่จำเลยมิได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งตามประมวลรัษฎากร มาตรา 91/15 (1) ให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มได้ เมื่อเจ้าพนักงานประเมินได้ทำการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ เบี้ยปรับ

เงินเพิ่ม และภาษีบำรุงท้องถิ่นสำหรับเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน 2535 เป็นเงินภาษี 448,800 บาท 237,600 บาท และ 373,494 บาท ตามลำดับ และได้แจ้งการประเมินดังกล่าวให้จำเลยทราบโดยชอบเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2545 โดยวิธีปิดหนังสือแจ้งการประเมิน ณ ภูมิลำเนาของจำเลย ดังนี้ การที่เจ้าพนักงานของโจทก์ได้ส่งหนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะทั้งสามฉบับไปให้จำเลย ณ ภูมิลำเนาของจำเลยซึ่งตรงกับภูมิลำเนาตามฟ้องโดยวิธีปิดหนังสือแจ้งดังกล่าวเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2545 ซึ่งยังอยู่ภายในกำหนดเวลา 10 ปี นับแต่วันที่จำเลยมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะและชำระภาษีดังกล่าวจึงเป็นกรณีที่เจ้าพนักงานของโจทก์ได้ปฏิบัติตามประมวลรัษฎากร มาตรา 8 และ 18 ครบถ้วนบริบูรณ์แล้ว

ถือได้ว่าโจทก์ได้แจ้งการประเมินภาษีให้จำเลยทราบโดยชอบ เมื่อจำเลยมิได้อุทธรณ์การประเมิน เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจหน้าที่บังคับในการจัดเก็บภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 18 ตรี ต่อไป ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยเป็นหนี้ภาษีอากรค้างอันอาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท และประมวลรัษฎากร มาตรา 12 ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรค้างได้โดยมิต้องขอให้ศาลออกหมายยึดหรือสั่ง อันเป็นการกระทำที่ถือได้ว่ามีผลเป็นอย่างเดียวกับการฟ้องคดีให้จำเลยชำระภาษี จึงเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 (5) และเริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2545 เป็นต้นไป ซึ่งจะครบกำหนดอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/31 ในวันที่ 5 สิงหาคม 2555 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2548 ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ที่ศาลล้มละลายกลางวินิจฉัยว่าคดีขาดอายุความแล้วพิพากษายกฟ้องมานั้นจึงไม่ชอบ

ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น และเพื่อให้กระบวนพิจารณาดำเนินไปโดยเร็ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาต่อไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนคืนไปยังศาลล้มละลายกลางว่า จำเลยมีหนี้สินล้นพันตัวหรือไม่ นายอนันต์พยานโจทก์ยังให้ถ้อยคำตามบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นประกอบเอกสารหมาย จ.23 ถึง จ.25 ได้ความว่าโจทก์สืบหาทรัพย์สินของจำเลยโดยตรวจสอบไปยังกรมการขนส่งทหารบก ธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์อื่นๆ อีก 5 แห่ง สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร และสาขาต่างๆ รวม 15 แห่ง แต่ไม่พบว่าจำเลยมีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้ ทั้งโจทก์ได้มีหนังสือแจ้งเตือนให้จำเลยนำเงินภาษีอากรค้างไปชำระรวม 2 ครั้ง

จำเลยได้รับหนังสือทวงถามโดยชอบแต่ไม่ชำระหนี้ พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 8 (5) ว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัว จำเลยมีหน้าที่นำพยานหลักฐานมาสืบหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมายดังกล่าว แต่ทางนำสืบของจำเลยไม่ปรากฏว่าจำเลยมีทรัพย์สินใด ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว ทั้งกรณีไม่มีเหตุที่ไม่ควรให้จำเลยล้มละลาย จึงสมควรพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด"

Result

พิพากษากลับ ให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลย เฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร

Matter details

Panel of judges
เรวัตร อิศราภรณ์ · สมชาย พงษธา · ประทีป เฉลิมภัทรกุล
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6043/2561

โจทก์ฟ้องเรียกหนี้สินจากจำเลยที่ 1 ซึ่งจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2551 จึงมีอายุความห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันถึงที่สุดแห่งการชำระบัญชี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1272 โจท…

Supreme Court Judgment No. 586/2544

การที่จำเลยได้รับแจ้งการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลรอบระยะเวลาบัญชีประจำปี 2526 และ 2527 ถือว่าเจ้าพนักงานประเมินของกรมสรรพากรโจทก์ได้ใช้สิทธิเรียกร้องบังคับเอาแก่จำเลยแล้ว เป็นการที่เจ้าหนี้ได้กระทำก…

Supreme Court Judgment No. 7429/2543

การใช้วิธีการยึดทรัพย์สินและการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ที่ค้างชำระหนี้ภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรฯ มาตรา 12มีกำหนด 10 ปี ตามประมวลรัษฎากรฯ มาตรา 12 วรรคสี่ ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27…

Supreme Court Judgment No. 4358/2539

โจทก์ฟ้องให้จำเลยล้มละลายเนื่องจากจำเลยไม่ชำระหนี้ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยจำเลยยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปี 2519 ถึง 2523 ต่อโจทก์ แสดงรายรับไม่ถูกต้องซึ่งผลการตรวจสอบจำเลย…

Supreme Court Judgment No. 8084/2567

คำวินิจฉัยของศาลล้มละลายกลางในคดีที่บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดบริษัท อ. ลูกหนี้ และพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ว่าหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีขาดอายุคว…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up