Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 644/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานจำเลยที่ 1 เนื่องจากคำให้การของจำเลยที่ 1 ขัดกันเองจึงไม่มีประเด็นที่จะสืบ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นชี้สองสถานและกำหนดประเด็นข้อพิพาทใหม่และให้จำเลยที่ 1 มีสิทธินำสืบแก้ คดีของโจทก์ได้ ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองโต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลยที่ 1แล้ว จึงมีสิทธิยกประเด็นนี้ขึ้นอุทธรณ์ฎีกาได้ จำเลยที่ 1 ให้การในตอนแรกว่า จำเลยที่ 1 ได้มอบเช็คให้จำเลยที่ 2 นำไปมอบแก่โจทก์เป็นประกันโดยจะไม่นำเช็คไปเรียกเก็บเงิน และแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องภายหลังว่าเช็คที่โจทก์นำมาฟ้องมิใช่เช็คที่จำเลยที่ 1 มอบให้จำเลยที่ 2 นำไปประกันต่อโจทก์ คำให้การของจำเลยที่ 1 เช่นนี้เป็นการไม่แน่ชัด ว่าเช็คตามที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเช็คที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ออกและมอบให้ไว้แก่จำเลยที่ 2 ใช่หรือไม่ จึงเป็นคำให้การที่ขัดกันเอง ไม่ได้แสดงโดยชัดแจ้งว่าจำเลยที่ 1 ยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วนไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1ปฏิเสธฟ้องของโจทก์ จึงไม่มีประเด็นในคดีจำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิจะสืบ.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นลูกค้าธนาคารโจทก์เมื่อวันที่30 กรกฎาคม 2525 จำเลยที่ 1 โดยนายสุชัย ไชยเมืองราชหุ้นส่วนผู้จัดการ ได้ออกเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาบางละมุงลงวันที่ 1 กันยายน 2525 สั่งจ่ายเงินจำนวน 600,000 บาท มอบให้จำเลยที่ 2 โดยนายกมล ศรีพฤกษมาส หุ้นส่วนผู้จัดการไปขายลดเช็คให้โจทก์ จำเลยที่ 2 ได้รับเงินไปครบถ้วนแล้ว และให้สัญญากับโจทก์ว่าหากโจทก์ไม่ได้รับเงินตามเช็ค จำเลยที่ 2 ยอมเสียดอกเบี้ยให้โจทก์ในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี เมื่อเช็คถึงกำหนด โจทก์นำไปเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ถือว่าจำเลยทั้งสองผิดนัดโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยได้ในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี นับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน

คำนวณดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงินจำนวน102,797.27 บาท ขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 702,797.27 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยที่ 1 ถูกนายโกศลโพธิสุวรรณชาติ ผู้จัดการธนาคารโจทก์ สาขาบางละมุงใช้กลฉ้อฉลหลอกลวงให้จำเลยที่ 1 ออกเช็คให้จำเลยที่ 2 นำไปแสดงเครดิตแก่โจทก์ในการที่จำเลยที่ 2 กำลังติดต่อขายลดใบสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศกับโจทก์ โดยนายโกศลหลอกว่าจะยึดเช็คไว้เป็นหลักประกันจะไม่นำไปขึ้นเงิน ต่อมาปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ขายใบสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศให้โจทก์ไม่สำเร็จ จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดตามเช็ค และเช็คที่จำเลยที่ 1 ออกให้ดังกล่าวนั้น

ไม่ใช่ฉบับที่โจทก์นำมาฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่เคยทำสัญญาขายลดเช็คกับโจทก์ เพียงแต่จำเลยที่ 2 ให้ติดต่อกับนายโกศลเพื่อขายลดใบสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศให้โจทก์ นายโกศลได้แนะนำว่าให้ไปหาเช็คของบุคคลภายนอกให้นายโกศลยึดถือไว้ จำเลยที่ 2 จึงนำเช็คของจำเลยที่ 1ไปให้นายโกศลยึดถือไว้ นายโกศลให้จำเลยที่ 2 ลงชื่อไว้ในแบบพิมพ์ที่ยังไม่ได้กรอกข้อความอีกด้วย ในที่สุดนายโกศลไม่สามารถดำเนินการเรื่องขายลดใบสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศได้สำเร็จ จำเลยที่ 2ไม่เคยรับเงินจากโจทก์ สัญญาขายลดเช็คท้ายฟ้องเป็นเท็จศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน600,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย โดยให้จำเลยที่ 1 รับผิดในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ 1กันยายน 2525 เป็นต้นไป ให้จำเลยที่ 2 รับผิดในอัตราร้อยละ19 ต่อปีจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่าจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2527ระบุในคำร้องว่าคำให้การของจำเลยที่ 1 ไม่ได้ขัดแย้งกันเอง ขอให้ศาลชั้นต้นทำการชี้สองสถานและกำหนดประเด็นข้อพิพาทใหม่และให้จำเลยที่ 1 มีสิทธินำสืบแก้คดีของโจทก์ได้เป็นการโต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งให้งดสืบพยานจำเลยที่ 1 ไว้แล้ว จำเลยทั้งสองจึงมีสิทธิที่จะอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นได้นั้น เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานจำเลยที่ 1 เนื่องจากคำให้การของจำเลยที่ 1 ไม่มีประเด็นที่จะให้นำสืบ โดยสั่งเมื่อวันที่ 1พฤศจิกายน 2526 จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2527ของให้ศาลชั้นต้นทำการชี้สองสถานและกำหนดประเด็นข้อพิพาทใหม่ให้จำเลยที่ 1 มีสิทธินำสืบแก้ ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานแล้ว จำเลยทั้งสองชอบที่จะยกประเด็นดังกล่าวนี้ขึ้นอุทธรณ์ฎีกาได้

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า คำให้การของจำเลยไม่ขัดแจ้งกันนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 1ให้การในตอนแรกว่าจำเลยที่ 1 ได้มอบเช็คให้แก่จำเลยที่ 2 นำไปมอบแก่โจทก์ไว้เป็นประกันโดยจะไม่มีการนำเช็คไปเรียกเก็บเงินให้การในตอนหลังซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมว่าเช็คที่โจทก์นำมาฟ้องไม่ใช่เช็คที่จำเลยที่ 1 มอบให้แก่จำเลยที่ 2 นำไปเป็นประกันต่อโจทก์เป็นการไม่แน่ชัดว่าเช็คตามที่โจทก์นำมาฟ้อง เป็นเช็คซึ่งจำเลยที่ 1เป็นผู้ออกและมอบให้ไว้แก่จำเลยที่ 2 ใช้หรือไม่ ดังนี้เป็นคำให้การที่ขัดกันเอง เป็นคำให้การที่ไม่ได้แสดงโดยชัดแจ้งว่าจำเลยที่ 1ยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วน ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ปฏิเสธฟ้องของโจทก์ จึงไม่เป็นประเด็นในคดี จำเลยที่ 1ไม่มีสิทธิจะนำสืบ ที่ศาลชั้นต้นไม่ให้จำเลยนำสืบจึงชอบแล้ว..."

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · ชุม สุกแสงเปล่ง · โสภณ จันเทรมะ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 190/2540

จำเลยให้การรับว่าได้ทำสัญญาค้ำประกันตามที่โจทก์ฟ้องคงมีข้อต่อสู้เฉพาะอุปกรณ์แห่งหนี้ว่าไม่ต้องรับผิดเท่านั้น จึงย่อมรับฟังตามคำรับของจำเลยโดยไม่ต้องอาศัยตราสารได้ว่า จำเลยได้ทำสัญญาค้ำประกันตามที่โจทก…

Supreme Court Judgment No. 951/2546

แม้โจทก์จะเป็นผู้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงและภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงจะตกแก่โจทก์ แต่เมื่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ไม่ได้ให้การปฏิเสธข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างโดยชัดแจ้งรวมทั้งเหตุแ…

Supreme Court Judgment No. 1360/2544

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของ ป. กับ ศ. มีสินสมรสคือ ที่ดินตาม น.ส. 3 ก. ต่อมา ป. ตาย ที่ดินจึงเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาท ต่อมา ศ. โอนที่ดินให้จำเลย จำเลยได้ไปขอออกโฉนด ขอให้จำเลยแบ่งท…

Supreme Court Judgment No. 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

Supreme Court Judgment No. 7294/2543

จำเลยได้ให้การไว้แล้วว่า โจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตและเรียกร้องค่าเสียหายสูงจากความจริงมาก จึงเท่ากับจำเลยให้การปฏิเสธเรื่องค่าเสียหายที่โจทก์ฟ้องแล้ว คดีจึงมีประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับค่าเสียหายของโจทก์…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up