Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6424/2560

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาได้มี พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2560 มาตรา 6 ยกเลิกความใน มาตรา 65 แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 และให้ใช้ความใหม่แทน ซึ่ง มาตรา 65 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขใหม่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งล้านบาทถึงห้าล้านบาทเป็นคุณมากกว่า มาตรา 65 วรรคหนึ่ง เดิม ที่ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งล้านบาทถึงห้าล้านบาท จึงต้องใช้กฎหมายที่แก้ไขใหม่บังคับแก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 3 ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นอ้างและแก้ไขใหม่ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3

Provisions the court ruled on

ป.วิ.อ. Section 192 ป.วิ.อ. Section 225 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 Section 65 พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 Section 3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 67, 100/1, 102 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 4, 6, 13 ทวิ, 62, 89, 106, 106 ทวิ, 116 และริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่หลังจากสืบพยานโจทก์แล้ว จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่รับว่ามีเมทแอมเฟตามีนและคีตามีนไว้ในครอบครอง แต่ยังคงปฏิเสธในความผิดฐานนำเข้าเมทแอมเฟตามีนและคีตามีน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 65 วรรคหนึ่ง, 67 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 62 วรรคหนึ่ง, 89, 106 วรรคหนึ่ง, 106 ทวิ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ที่ถูก ให้ลงโทษฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักร) ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 1,200,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 (ที่ถูก ประกอบมาตรา 53) คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน และปรับ 800,000 บาท กักขังแทนค่าปรับเกิน 1 ปีได้แต่ไม่เกิน 2 ปี (ที่ถูก กรณีจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน 1 ปีได้แต่ไม่เกิน 2 ปี) ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยมียาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทของกลางตามบัญชีของกลางคดีอาญาและรายงานผลการตรวจพิสูจน์ไว้ในครอบครอง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานนำของกลางดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักรตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้นำของกลางเข้ามาในราชอาณาจักรนั้น เห็นว่า โจทก์มีนายไชยยันต์ คนขับรถรับจ้างที่จำเลยโดยสารมาในคืนเกิดเหตุเบิกความยืนยันว่า ในคืนเกิดเหตุพยานรับจำเลยกับผู้โดยสารชาวมาเลเซียอีกคนหนึ่งมาจากร้านค้าปลอดภาษีฝั่งประเทศมาเลเซีย

ห่างจากด่านตรวจคนเข้าเมืองอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ไม่เกิน 500 เมตร เพื่อไปส่งที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จำเลยนั่งด้านหน้าอยู่กับพยาน ผู้โดยสารอีกคนหนึ่งนั้นนั่งด้านหลัง พยานขับรถออกจากร้านค้าดังกล่าวแล้วไปจอดห่างด่านตรวจคนเข้าเมืองอำเภอสะเดาไม่เกิน 5 เมตร โดยจำเลยและผู้โดยสารอีกคนหนึ่งนั้นไปประทับตราขาเข้าในหนังสือเดินทาง ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที เนื่องจากเป็นเวลากลางคืนไม่มีคนเข้าออกแล้ว ระหว่างประทับตราหนังสือเดินทาง จำเลยไม่ได้พูดคุยกับบุคคลใด จากนั้นจำเลยเดินมาขึ้นรถ เมื่อออกรถจากด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้วพยานขับรถมุ่งหน้าไปอำเภอหาดใหญ่โดยไม่ได้แวะที่ใดอีก จนพบเจ้าพนักงานตำรวจเรียกให้จอดรถเพื่อตรวจค้นที่จุดตรวจคลองแงะ

ขณะที่เจ้าพนักงานตำรวจจะเข้าตรวจค้นพยานเห็นจำเลยล้วงเอาของกลางจากกระเป๋าเสื้อไปวางไว้บริเวณประตูรถด้านข้างดังที่พยานชี้ยืนยันไว้ตามภาพถ่าย แม้จะฟังว่าพยานไปให้การแก่พนักงานสอบสวนและนำชี้ภาพถ่ายดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2553 ภายหลังเกิดเหตุเป็นเวลานานประมาณ 5 เดือน ดังที่จำเลยอ้างมาในฎีกา แต่ก็ไม่ปรากฏว่าพยานเคยรู้จักและมีสาเหตุใด ๆ กับจำเลยมาก่อนที่จะทำให้เชื่อได้ว่าพยานกลั่นแกล้งปรักปรำจำเลยรับฟังได้ว่าพยานนำชี้ตามภาพถ่ายดังกล่าวและเบิกความตามความเป็นจริง นอกจากนี้โจทก์ยังมีพันตำรวจโท คนอง และร้อยตำรวจโท อัฐศิษฏ์ เจ้าพนักงานตำรวจผู้ร่วมจับกุมจำเลยเป็นพยานเบิกความตรงกันว่า ขณะเข้าตรวจค้นพบของกลางอยู่ที่พื้นรถใกล้ประตูฝั่งคนโดยสารด้านหน้า ตามภาพถ่าย

เจือสมคำเบิกความของนายไชยยันต์ และเมื่อสอบถามจำเลยผ่านดาบตำรวจอับดุลเลาะ ซึ่งสามารถพูดภาษามาลายูได้ จำเลยก็รับว่าของกลางดังกล่าวเป็นของจำเลยซื้อมาจากประเทศมาเลเซียในราคาเม็ดละ 50 ริงกิต เพื่อนำมาเสพที่อำเภอหาดใหญ่ พยานทั้งสองเป็นเจ้าพนักงานกระทำการไปตามหน้าที่ไม่มีเหตุให้ระแวงสงสัยปรักปรำจำเลย เชื่อว่าพยานทั้งสองเบิกความตามความจริง แม้พยานทั้งสองจะเป็นพยานบอกเล่า แต่คำเบิกความของพยานก็รับฟังประกอบคำเบิกความของนายไชยยันต์ได้ ส่วนจำเลยมีตัวจำเลยเบิกความลอย ๆ เพียงปากเดียวว่า ครั้นออกจากด่านตรวจคนเข้าเมืองอำเภอสะเดาได้ประมาณ 10 นาที ผู้โดยสารที่นั่งเบาะหลังซึ่งเป็นเพื่อนของจำเลยมอบของกลางให้จำเลยไว้เพื่อเสพ แต่จำเลยก็มิได้ให้การเช่นนั้นไว้เสียตั้งแต่แรกในชั้นสอบสวน

คำเบิกความของจำเลยจึงเป็นพิรุธไม่น่าเชื่อ ทั้งตามฎีกาของจำเลยก็กลับอ้างว่าจำเลยซื้อของกลางในฝั่งประเทศไทย คำเบิกความและข้ออ้างตามฎีกาของจำเลยดังกล่าวไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยนำยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ของกลางเข้ามาในราชอาณาจักรตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาได้มีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2560 มาตรา 6 ยกเลิกความในมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 และให้ใช้ความใหม่แทน ซึ่งมาตรา 65 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขใหม่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งล้านบาทถึงห้าล้านบาทเป็นคุณมากกว่ามาตรา 65 วรรคหนึ่ง เดิม ที่ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่หนึ่งล้านบาทถึงห้าล้านบาท จึงต้องใช้กฎหมายที่แก้ไขใหม่บังคับแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นอ้างและแก้ไขใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) จำคุก 15 ปี และปรับ 1,000,000 บาท ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 10 ปี และปรับ 666,666.66 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

Matter details

Panel of judges
ปดารณี ลัดพลี · สู่บุญ วุฒิวงศ์ · ปานนท์ กัจฉปานันท์
Lower court
ศาลจังหวัดนาทวี - นางราณี สุวรรณบุบผา
ศาลอุทธรณ์ - นายสมเกียรติ ตั้งสกุล
Supreme Court black case no.
อ.3349/2558
Trial court black case no.
อ667/2553
Trial court red case no.
อ1271/2554
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3009/2563

เมทแอมเฟตามีนของกลาง 565 เม็ด เป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีนที่ ส. ซื้อมาจากจำเลย หลังจากที่จำเลยขายเมทแอมเฟตามีนให้แก่ ส. โดยจำเลยได้รับเงินค่าเมทแอมเฟตามีนไปแล้ว การครอบครองเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายแ…

Supreme Court Judgment No. 4976/2562

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับ ห. และพวกฝ่ายหนึ่ง กับ ณ. และพวกอีกฝ่ายหนึ่งสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยจำเลยเป็นฝ่ายร่วมดำเนินการจัดหา สั่งการ และให้เงินทุนในการลำเลียงยาเสพติดแก่ ณ. และพวก แต…

Supreme Court Judgment No. 4444/2561

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนและเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนแล้วจำเลยร่วมกับพวกที่หลบหนี ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีน ชนิดเม็ด 19,802 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ 378,858 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำ…

Supreme Court Judgment No. 7526/2561

การที่สายลับซึ่งเป็นคนรักเก่าของจำเลยชักชวนให้จำเลยมาร่วมเสพเมทแอมเฟตามีนที่ห้องพักที่เกิดเหตุ โดยได้มอบธนบัตรจำนวน 1,500 บาท ให้จำเลยเพื่อไปเอาเมทแอมเฟตามีนมาให้ เมื่อจำเลยนำเมทแอมเฟตามีนมามอบให้สายล…

Supreme Court Judgment No. 7107/2561

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีน 193 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและร่วมกันพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าว 191 เม็ด แต่ทางพิจารณากลับได้ความว่าจำเลยโทรศัพท์แจ้งให้ ว. ไปรับเมทแอมเฟตา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up