คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าเสียหาย 412,074 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2545 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การด้วยวาจาขอให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า
มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการเดียวว่า จำเลยจะต้องรับผิดในความเสียหายที่นายอานนท์ก่อให้เกิดขึ้นแก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตำแหน่งพนักงานขายเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบน้อยกว่าตำแหน่งผู้จัดการสาขา จำเลยทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของนายอานนท์ไว้ในขณะที่นายอานนท์ดำรงตำแหน่งพนักงานขาย สัญญาค้ำประกันมีใจความสำคัญในข้อ 1 ว่า ตามที่โจทก์ตกลงรับนายอานนท์เข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานขายตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2542 ถ้าหากนายอานนท์ได้ก่อให้เกิดหนี้สินขึ้นแก่โจทก์หรือกระทำใด ๆ อันก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นแก่โจทก์ จำเลยยินยอมรับผิดชอบชดใช้หนี้สินและค่าเสียหายอย่างใด ๆ นั้นทั้งหมดที่นายอานนท์ได้ก่อให้เกิดขึ้นกับโจทก์ทันที โดยจะไม่อ้างเหตุผลใด
ๆ มาปัดความรับผิดชอบเป็นอันขาด ข้อตกลงตามสัญญาดังกล่าวแสดงว่าจำเลยค้ำประกันการทำงานของนายอานนท์ในตำแหน่งพนักงานขาย แม้จะไม่จำกัดว่าเป็นการค้ำประกันเฉพาะในตำแหน่งดังกล่าวและไม่มีกำหนดเวลาก็ตาม ข้อความที่ว่า จำเลยยินยอมรับผิดชอบชดใช้หนี้สินและค่าเสียหายอย่างใด ๆ นั้นทั้งหมดที่นายอานนท์ได้ก่อให้เกิดขึ้นกับโจทก์ หมายถึงหนี้สินและค่าเสียหายทั้งหมดที่นายอานนท์ได้ก่อให้เกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งพนักงานขายที่จำเลยเข้าค้ำประกันเท่านั้น ไม่รวมถึงหนี้สินและค่าเสียหายที่นายอานนท์ก่อให้เกิดขึ้นเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอื่น โจทก์เลื่อนตำแหน่งให้นายอานนท์เป็นผู้จัดการสาขาลพบุรี อันเป็นการเพิ่มความเสี่ยงภัยและความรับผิดให้แก่จำเลยมากขึ้น โดยไม่ได้แจ้งให้จำเลยทราบและจำเลยมิได้รู้เห็นยินยอมด้วย
จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชอบในหน้าที่การงานตำแหน่งผู้จัดการสาขาลพบุรีของนายอานนท์ ความเสียหายที่โจทก์ฟ้องเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นในขณะที่นายอานนท์ดำรงตำแหน่งผู้จัดการสาขาลพบุรี จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในความเสียหายดังกล่าวต่อโจทก์ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
Result
พิพากษายืน.