Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6353/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เลขหมายประจำปืนไม่ใช่ทะเบียนอาวุธปืนซึ่งเป็นเอกสารที่เจ้าพนักงานจัดทำและมิได้เป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิ จึงไม่ใช่เอกสารราชการและเอกสารสิทธิ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการตาม ป.อ. มาตรา 265 จำเลยที่ 1 คงมีความผิดฐานปลอมเอกสารตาม ป.อ. มาตรา 264 วรรคแรก และใช้เอกสารปลอมตาม ป.อ. มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 264, 265, 268, 371 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, 66, 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบเมทแอมเฟตามีน อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน และพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย แต่ปฏิเสธความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 3 ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคสอง, 102 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกจำเลยทั้งสามตลอดชีวิต จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และชั้นพิจารณาของศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา

มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 25 ปี จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน ฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกจำเลยทั้งสามตลอดชีวิต จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และชั้นพิจารณาของศาล เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา

มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 25 ปี จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน นอกจากนี้ จำเลยที่ 1 ยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 เรียงกระทงลงโทษฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 ปี และปรับ 1,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม

ชั้นสอบสวน และชั้นพิจารณาของศาล เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี และปรับ 500 บาท ฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต วางโทษปรับ 1,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน ชั้นพิจารณา เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 500 บาท ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยฝ่าฝืนกฎหมายให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 1 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และชั้นพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน

ฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ประกอบมาตรา 265 จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณา เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 67 ปี 20 เดือน และปรับ 1,000 บาท แต่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) เมื่อวางโทษจำคุกทุกกระทงแล้วโทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกิน 50 ปี คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 50 ปี และปรับ 1,000 บาท สำหรับจำเลยที่ 2 เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 เมื่อรวมโทษจำคุกทุกกระทงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) แล้วคงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 50 ปี

จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 66 ปี 8 เดือน แต่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว โทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกิน 50 ปี คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 50 ปี ริบเมทแอมเฟตามีนและอาวุธปืนกับเครื่องกระสุนปืนของกลาง

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (ที่ถูกวรรคสองด้วย), 66 วรรคสอง ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าว เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ให้จำคุกคนละตลอดชีวิต เมื่อลงโทษตลอดชีวิตแล้วไม่สามารถเพิ่มโทษจำเลยที่ 2 ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 ได้ ลดโทษให้จำเลยทั้งสามแล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละ 33 ปี 4 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 25 ปี เมื่อบวกโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานอื่นแล้ว รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 35 ปี 4 เดือน และปรับ 500 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน (ที่ถูกต้องระบุด้วยว่าไม่ลงโทษฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตอีกกระทงหนึ่งด้วย) นอกจากที่ให้แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามโจทก์ฟ้อง จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสามพร้อมเมทแอมเฟตามีนจำนวน 6,000 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 144.963 กรัม ของกลาง มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 ว่า จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายหรือไม่ โจทก์มีพันตำรวจโทสุรกิตต์ คล้ายอุดม จ่าสิบตำรวจอำนวย สุวรรณนุรักษ์ เบิกความเป็นพยานว่า จ่าสิบตำรวจอำนวยได้รับมอบหมายให้ติดต่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 1 ในที่สุดจำเลยที่ 1 ตกลงจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนแก่จ่าสิบตำรวจอำนวย

กำหนดส่งมอบวันที่ 30 มกราคม 2544 เวลาประมาณ 12 นาฬิกา ที่วัดศรีสุวรรณ ตำบลสมอทอง อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งถึงเวลานัด จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์พาจ่าสิบตำรวจอำนวยไปรับเมทแอมเฟตามีน เมื่อไปถึงพบจำเลยที่ 2 ยืนอยู่กับจำเลยที่ 3 ข้าง ๆ มีรถจักรยานยนต์จอดอยู่ 1 คัน จำเลยที่ 2 นำเมทแอมเฟตามีนของกลางมามอบแก่จ่าสิบตำรวจอำนวย ส่วนจำเลยที่ 3 ยังคงยืนอยู่ที่เดิม เห็นว่า การมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายมีโทษสถานหนัก ผู้กระทำต้องกระทำโดยปกปิดไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนร่วมได้รับรู้ วันเกิดเหตุเป็นวันกำหนดนัดส่งมอบเมทแอมเฟตามีน จำเลยที่ 1 พาจ่าสิบตำรวจอำนวยไปรับมอบเมทแอมเฟตามีน

เมื่อไปถึงพบจำเลยที่ 2 รออยู่แล้ว แสดงว่าจำเลยที่ 1 กับที่ 2 ได้นัดหมายกันไว้ก่อน จำเลยที่ 2 เป็นผู้นำเมทแอมเฟตามีนของกลางมาเพื่อจำหน่าย มีรถจักรยานยนต์ 1 คัน จอดอยู่ใกล้ ๆ จำเลยที่ 2 และที่ 3 แสดงว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 มาด้วยกัน พันตำรวจโทสุรกิตต์ และจ่าสิบตำรวจอำนวยปฏิบัติการตามหน้าที่ ไม่รู้จักจำเลยทั้งสามมาก่อน ไม่มีเหตุเบิกความปรักปรำจำเลยที่ 3 พยานหลักฐานของโจทก์ดังกล่าวฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง สำหรับความผิดเกี่ยวกับเอกสาร โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ปลอมเอกสารโดยขูดลบเลขหมายประจำปืนออกแล้วตอกเลขหมายทับใหม่เป็น D 808807 ซึ่งเป็นเลขหมายอันเป็นเอกสารสิทธิที่แท้จริงของอาวุธปืนของนางลัดดา บัวบางงอน และจำเลยที่ 1 ได้ใช้ทะเบียนอาวุธปืนที่ปลอมขึ้นดังกล่าว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268 จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ประกอบมาตรา 265 ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ทะเบียนอาวุธปืนเป็นเอกสารราชการมิใช่เอกสารสิทธิ และลงโทษจำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เห็นว่า เลขหมายประจำปืนไม่ใช่ทะเบียนอาวุธปืนซึ่งเป็นเอกสารที่เจ้าพนักงานจัดทำและมิได้เป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ

เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ จึงมิใช่เอกสารราชการและเอกสารสิทธิ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 จำเลยที่ 1 คงมีความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก และใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก ศาลล่างทั้งสองปรับบทกฎหมายไม่ถูกต้องจึงเป็นการไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยที่ 1 ไม่ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้ไขปรับบทลงโทษให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก กระทงหนึ่ง มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบ 264 วรรคแรก กระทงหนึ่ง ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก เพียงกระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง ส่วนโทษและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ธาดา กษิตินนท์ · พีรพล พิชยวัฒน์ · ฐานันท์ วรรณโกวิท
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1496/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งว่า จำเลยประกอบอาชีพให้บริการรับยื่นขอวีซ่า ใบถิ่นที่อยู่ ใบต่างด้าว และสามารถยื่นคำขอเปลี่ยนสั…

Supreme Court Judgment No. 6181/2567

"ใช้" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 หมายความว่า เอามาทำให้เกิดผลหรือประโยชน์ การที่จำเลยนำรถยนต์ที่มีหมายเลขประจำตัวถังและหมายเลขประจำเครื่องยนต์รวมทั้งแผ่นป้ายทะเบียนปลอมมาจอดแสดงอยู่ที่เต…

Supreme Court Judgment No. 1695/2566

จำเลยนำแบบพิมพ์แจ้งการจ้างคนต่างด้าว ซึ่งเป็นแบบพิมพ์ของทางราชการมากรอกข้อความขึ้นเองและลงลายมือชื่อปลอมของผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 4 เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่เอกชนทำขึ้นเพื่อยื่นต่อทางราชการ เจ้าพนัก…

Supreme Court Judgment No. 468/2566

การบรรยายฟ้องความผิดฐานปลอมเอกสารตาม ป.อ. มาตรา 264 วรรคสอง และมาตรา 265 ต้องระบุองค์ประกอบภายในส่วนของเจตนาพิเศษให้ปรากฏด้วยว่า จําเลยได้กระทำเพื่อนําเอาเอกสารนั้นไปใช้ในกิจการที่น่าจะเกิดความเสียหาย…

Supreme Court Judgment No. 448/2566

จำเลยเป็นกรรมการบริษัทคนหนึ่งจึงมีอำนาจหน้าที่ต้องจัดให้จดบันทึกรายงานการประชุมและข้อมติทั้งหมดของที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1207 วรรคหนึ่ง แม้ไม่มีการประชุมผู้ถือหุ้นและวาระการประชุมและ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up