Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6256/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่จะนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยที่ศาลพิพากษาในคดีหลังตาม ป.อ. มาตรา 58 ได้นั้น ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ความปรากฏแก่ศาลเองหรือความปรากฏตามคำแถลงของโจทก์หรือเจ้าพนักงานก็ตาม จะต้องปรากฏข้อเท็จจริงเป็นยุติว่าจำเลยยอมรับหรือไม่คัดค้านในข้อที่ว่าเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีก่อนให้ลงโทษจำคุกและโทษจำคุกนั้นศาลรอการลงโทษไว้เสียก่อน ศาลจึงจะนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีหลังได้ คดีนี้จำเลยให้การปฏิเสธ ทั้งโจทก์ไม่สืบพยานให้ปรากฏความในเรื่องนี้ ข้อเท็จจริงจึงไม่อาจรับฟังเป็นยุติได้ว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 783/2543 ของศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกและโทษจำคุกนั้นศาลรอการลงโทษไว้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 ริบของกลางและบวกโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีอื่นเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 (เดิม) จำคุก 7 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี 8 เดือน บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 783/2543 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษในคดีนี้ เป็นจำคุก 4 ปี 14 เดือน ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 67 (ที่แก้ไขใหม่) จำคุก 4 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามแล้ว คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ยกคำขอให้บวกโทษ ยกฟ้องข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เมื่อโจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยมีแมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โจทก์ย่อมมีหน้าที่ต้องนำสืบให้ได้ความชัดเจนถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว โจทก์มีร้อยตำรวจเอก บริบรูณ์ และสิบตำรวจตรีสุนันท์ ผู้ร่วมตรวจค้นจับกุม เบิกความว่า พยานสืบทราบว่าจำเลยลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่บ้านของจำเลย โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงวย่าพยานโจทก์ทั้งสองสืบทราบถึงพฤติการณ์ดังกล่าวของจำเลยได้อย่างไร จึงเป็นเพียงคำเบิกความลอยๆ และโจทก์ไม่มีประจักษ์พยานที่รู้เห็นว่าจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนหรือมีพฤติการณ์จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนมาเบิกความยืนยันถึงพฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าว คำเบิกความของร้อยตำรวจเอกบริบูรณ์และสิบตำรวจตรีสุนันท์จึงมีน้ำหนักน้อย

ส่วนคำให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยตามบันทึกการจับกุมและบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาเป็นพยานบอกเล่าไม่อาจรับฟังได้ ลำพังจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลาง 100 เม็ด จะฟ้องว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ย่อมเป็นการสันนิษฐานที่เป็นผลร้ายแก่จำเลย ทั้งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 เดิม ที่ใช้ในขณะจำเลยกระทำความผิดบัญญัติว่า การมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ตั้งแต่ยี่สิบกรัมขึ้นไป ให้ถือว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งข้อเท็จจริงได้ความว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางน้ำหนัก 9.461 กรัม ไม่เข้าข้อสันนิษฐานของบทบัญญัติดังกล่าว

พยานหลักฐานโจทก์จึงไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ยกฟ้องข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่โจทก์ฎีกาขอให้นำโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 783/2543 ของศาลชั้นต้นบวกเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ นั้น เห็นว่า การที่จะนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยที่ศาลพิพากษาในคดีหลังตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 ได้นั้น ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ความปรากฏแก่ศาลเองหรือความปรากฏตามคำแถลงของโจทก์หรือเจ้าพนักงานก็ตาม จะต้องปรากฏข้อเท็จจริงเป็นยุติว่าจำเลยยอมรับหรือไม่คัดค้านในข้อที่ว่าเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีก่อนให้ลงโทษจำคุกและโทษจำคุกนั้นศาลรอการลงโทษไว้เสียก่อน

ศาลจึงจะนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีหลังได้ คดีนี้ จำเลยให้การปฏิเสธทั้งโจทก์ไม่สืบพยานให้ปรากฏความในเรื่องนี้ ข้อเท็จจริงจึงไม่อาจรับฟังเป็นยุติได้ว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 783/2543 ของศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกและโทษจำคุกนั้นศาลรอการลงโทษไว้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่นำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาดังกล่าวมาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด · วีระวัฒน์ ปวราจารย์ · บุญส่ง กุลบุปผา
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up