Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 623/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สถานีรถไฟที่เกิดเหตุเป็นสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านหากเจ้าพนักงานตำรวจไม่ได้รับข้อมูลจากสายลับแล้วก็ยากที่จะจับคนร้ายได้เมื่อจำเลยเป็นผู้หิ้วกระเป๋าหนังสีดำซึ่งภายในมีเสื้อผ้าของจำเลยและเฮโรอีนของกลางบรรจุอยู่โดยเฉพาะม้านั่งที่จำเลยนั่งและนำกระเป๋าไปวางนั้นไม่มีบุคคลอื่นใดนั่งปะปนอยู่ด้วยประกอบกับหลังจากทำบันทึกการจับกุมแล้วได้มีการถ่ายรูปจำเลยพร้อมของกลางไว้เป็นหลักฐานจึงน่าเชื่อว่าจำเลยได้ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมด้วยความสมัครใจหาใช่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจบังคับให้ลงชื่อในบันทึกจับกุมโดยยังไม่ได้กรอกข้อความไม่

Provisions the court ruled on

ป.วิ.อ. Section 227 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 Section 66

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 มาตรา 4 ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) เรื่องระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ลงวันที่ 17 กันยายน2522 ข้อ 1(1) ริบเฮโรอีนและกระเป๋าหนังสีดำของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง ให้ประหารชีวิตจำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52(1)ริบเฮโรอีนและกระเป๋าหนังสีดำของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำเลย ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติในเบื้องต้นว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุดังฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจยึดได้เฮโรอีนของกลางซึ่งซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังสีดำของกลาง มีปัญหาวินิจฉัยในชั้นนี้ว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่โจทก์มีนายดาบตำรวจเฉลิมศักดิ์และจ่าสิบตำรวจณรงค์ผู้ร่วมจับกุมเบิกความทำนองเดียวกันว่า สืบเนื่องจากนายดาบตำรวจเฉลิมศักดิ์ได้รับแจ้งจากสายลับในเช้าวันเกิดเหตุว่าจะมีคนร้ายขนยาเสพติดให้โทษไปกับขบวนรถไฟสายใต้ ผู้บังคับบัญชาจึงมีคำสั่งให้กระจายกำลังออกตรวจทั่วบริเวณสถานีรถไฟกรุงเทพ พยานทั้งสองออกตรวจจนกระทั่งเวลา 9.30 นาฬิกา ก็เห็นจำเลยนี้มีลักษณะรูปพรรณและสัมภาระติดตัวตรงตามที่สายลับแจ้งไว้กำลังหิ้วกระเป๋าหนังสีดำเดินผ่านหน้าห้องจำหน่ายตั๋วไปนั่งยังที่พักผู้โดยสารในบริเวณนั้น

จำเลยวางกระเป๋าหนังไว้ข้างตัวแล้วหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน เมื่อเห็นพยานทั้งสองกับพวกเดินเข้าไปหาจำเลยก็ลุกขึ้นเตรียมจะเดินหนี แต่ถูกขัดขวางไว้ก่อน จากการสอบถามจำเลยยอมรับว่ากระเป๋าหนังนั้นเป็นของตน เมื่อพยานทั้งสองค้นก็พบว่ามีเฮโรอีนของกลางซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังสีดำนั้นจึงควบคุมตัวจำเลยไว้ดำเนินคดีโดยกล่าวหาเป็นคดีนี้ จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมตามเอกสารหมาย จ.1 เห็นว่า สถานีรถไฟที่เกิดเหตุเป็นสถานที่มีผู้คนพลุกพล่าน หากพยานโจทก์ไม่ได้รับข้อมูลจากสายลับแล้วก็ยากที่จะจับคนร้ายได้ ส่วนกระเป๋าหนังสีดำนั้นพยานโจทก์ยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้หิ้วติดตัวมา ปรากฏว่าภายในมีเสื้อผ้าของจำเลย นอกจากนี้ยังได้ความจากพยานโจทก์ทั้งสองดังกล่าวว่าม้านั่งที่จำเลยนั่งอยู่และนำกระเป๋าไปวางนั้นไม่มีบุคคลอื่นใดนั่งปะปนอยู่ด้วย

ทั้งหลังจากบันทึกการจับกุมแล้วเจ้าพนักงานตำรวจได้ถ่ายรูปจำเลยพร้อมของกลางไว้เป็นหลักฐานตามภาพถ่ายหมาย จ.2 ในเบื้องต้นจึงน่าเชื่อว่าจำเลยได้ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมด้วยความสมัครใจ เพราะมีหลักฐานมัดตัวจำเลยอยู่ หาใช่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจบังคับให้ลงชื่อในบันทึกจับกุมโดยยังไม่ได้กรอกข้อความไม่ ส่วนที่จำเลยเบิกความว่าพนักงานสอบสวนพิมพ์คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนโดยถือตามคำบอกของสิบตำรวจโทขุนแผน รัตนเพชร แล้วขู่เข็ญให้จำเลยลงชื่อโดยไม่ได้อ่านให้ฟังนั้น ได้ความจากสิบตำรวจโทขุนแผนว่าสิบตำรวจโทขุนแผนเป็นเพียงผู้ร่วมจับกุมและเขียนบันทึกการจับกุมเท่านั้นจำเลยมิได้ถามค้านพยานโจทก์ในข้อนี้ ทั้งเป็นเรื่องผิดปกติวิสัยที่พนักงานสอบสวนจะใช้วิธีการสอบสวนจะใช้วิธีการสอบคำให้การเช่นนั้น ตามเนื้อหาคำให้การจำเลยในชั้นสอบสวนก็เป็นเรื่องให้การภาคเสธหาใช่เป็นคำให้การรับสารภาพไม่ จึงเชื่อได้ว่าจำเลยให้การชั้นสอบสวนโดยสมัครใจเช่นกัน

อนึ่ง ตามที่จำเลยนำสืบต่อสู้ว่า วันเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจยึดกระเป๋าหนังสีดำได้จากขบวนรถไฟ ซึ่งวางอยู่บนชั้นวางของในตำแหน่งที่จำเลยนั่งรอจะเข้าห้องน้ำโดยอ้างว่าเป็นของจำเลยเมื่อจำเลยปฏิเสธ เจ้าพนักงานตรวจจึงเอาเสื้อผ้าของจำเลยในถุงกระดาษไปใส่รวมในไว้ในกระเป๋าหนังสีดำแล้วกล่าวหาจำเลยเป็นคดีนี้นั้น แตกต่างกับคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยตามเอกสารหมาย จ.10 ซึ่งให้การว่า จำเลยได้รับการติดต่อจากชายไม่ทราบชื่อคนหนึ่งให้นำกระเป๋าหนังสีดำดังกล่าวไปลงที่จังหวัดยะลาโดยเสนอค่าจ้างให้ 15,000 บาท แต่ถูกจับเสียก่อนและไม่ทราบว่าภายในกระเป๋ามีเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ทั้งตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.1 ระบุว่าสถานที่เกิดเหตุเป็นบริเวณที่พักผู้โดยสารหน้าห้องจำหน่ายตั๋ว

หาใช่บนขบวนรถไฟไม่ ข้อนำสืบต่อสู้ของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นพิรุธไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือพยานหลักฐานโจทก์ดังวินิจฉัยมาข้างต้นมีน้ำหนักมั่นคงฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองกระเป๋าหนังสีดำของกลางดังกล่าวโดยรู้อยู่ว่าภายในมีเฮโรอีนของกลางซุกซ่อนอยู่ เมื่อเฮโรอีนของกลางมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ตั้งแต่ยี่สิบกรัมขึ้นไป จึงถือว่าจำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยมีความผิดตามฟ้องศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ณรงค์ ตันติเตมิท · บุญธรรม อยู่พุก · ปรีชา บูรณะไทย
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 352/2546

ในคดีอาญาเมื่อจำเลยให้การปฏิเสธ เป็นหน้าที่ของโจทก์โดยตรงที่จะต้องนำพยานหลักฐานเข้าสืบเพื่อสนับสนุนฟ้องและพิสูจน์ให้ได้ความชัดแจ้งว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหา แม้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา…

Supreme Court Judgment No. 644/2545

โจทก์นำสืบได้ความเพียงว่า เจ้าพนักงานตำรวจสืบทราบจากสายลับว่าจำเลยที่ 1 ลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วขอหมายค้นจากศาลชั้นต้นเข้าตรวจค้นทันที โดยมิได้ดำเนินการเป็นขั้นตอนเ…

Supreme Court Judgment No. 7412/2544

ในคดีอาญา เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธแล้วก็เป็นหน้าที่ของโจทก์โดยตรงที่ต้องนำพยานหลักฐานเข้าสืบเพื่อสนับสนุนฟ้องและพิสูจน์ให้ได้ความชัดแจ้งว่า จำเลยเป็นผู้กระทำความผิดตามฟ้อง เพราะแม้ในคดีที่จำเลยให้การรับ…

Supreme Court Judgment No. 8150/2544

สิบตำรวจตรี พ. ตกลงล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 1 จำนวน 11 ถุง ถุงละ 200 เม็ด นัดส่งมอบที่บ้านของจำเลยที่ 1 ต่อมาหลังจากมีการล่อซื้อตามนัดและสายลับส่งสัญญาณแสดงว่ามีเมทแอมเฟตามีนแล้ว พยานโจทก์ทั้งส…

Supreme Court Judgment No. 6856/2544

โจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่า จำเลยมีพฤติกรรมอย่างไรที่แสดงว่าจะนำยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ของกลางไปจำหน่ายหรือไปขาย นอกจากนั้นตามคำให้การของผู้ต้องหาที่ 1ก็ได้ความว่าเพื่อน ๆ ร่วมกันมอบเงินให้จำเลย…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up