Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6220/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แม้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนของจำเลยที่ 1 และเป็นมารดาของ ก. จะได้ทำหนังสือรับใช้หนี้ให้แก่โจทก์แทน ก. โดยระบุไว้ในหนังสือฉบับดังกล่าวทำนองว่า เป็นการรับชดใช้หนี้ที่ ก. มีต่อโจทก์ ก็ตาม แต่โดยที่ ก.เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ทำสัญญาเช่าสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงมาจากโจทก์ และเป็นผู้เดียวซึ่งรับผิดชอบดำเนินกิจการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวเช่นนี้ หนี้ตามหนังสือรับใช้หนี้แทนซึ่งจำเลยที่ 2 ทำไว้ย่อมหมายความถึงหนี้ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งจำเลยที่ 1โดย ก. สั่งซื้อมาจากโจทก์แล้วยังมิได้ชำระราคา ดังนั้นจำเลยที่ 2 จึงมีหน้าที่ต้องร่วมกับจำเลยที่ 1รับผิดชำระหนี้ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวแก่โจทก์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาเช่าดำเนินกิจการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและยืมบริภัณฑ์ของโจทก์ หลังจากทำสัญญาแล้วจำเลยที่ 1ได้ซื้อน้ำมันชนิดต่าง ๆ และรับผลิตภัณฑ์น้ำมันไปจากโจทก์หลายครั้งแต่ยังไม่ได้ชำระราคารวมเป็นเงิน 2,793,585.15 บาทต่อมาจำเลยที่ 2 ในฐานะเป็นหุ้นส่วนของจำเลยที่ 1 และเป็นมารดาของนายก้องเกียรติ กิจวิวัฒนกุล กรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ (ที่ถูกคือหนังสือรับใช้หนี้แทน) ตกลงยินยอมชำระหนี้จำนวนดังกล่าวให้โจทก์และได้ออกเช็คธนาคารมหานคร จำกัด สาขานนทบุรี จำนวน 2,000,000 บาทและ 793,585.15 บาท

มอบให้โจทก์ไว้เพื่อเรียกเก็บเงิน ต่อมาเมื่อโจทก์นำเช็คทั้งสองฉบับดังกล่าวเรียกเก็บเงินปรากฏว่าธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทั้งสองฉบับ โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน2,961,200.26 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยทำสัญญาเช่าสถานีบริการ และยืมบริภัณฑ์จากโจทก์ นายก้องเกียรติเป็นผู้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์ในฐานะส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ไม่เคยสั่งซื้อน้ำมัน ไม่เคยรับน้ำมันหรือเป็นหนี้โจทก์ตามฟ้อง หนังสือรับสภาพหนี้(ที่ถูกคือหนังสือรับใช้หนี้แทน) ตามฟ้องเป็นการรับสภาพหนี้ของนายก้องเกียรติ ไม่ใช่หนี้ของจำเลยที่ 1ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน2,793,585.15 บาท

พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยในชั้นฎีกามีว่า จำเลยที่ 2จะต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 1 เริ่มต้นทำกิจการสถานีบริการน้ำมัน โดยทำสัญญาเช่าสถานีบริการน้ำมันกับโจทก์มีกำหนด 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2536 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2536 ตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.4 ระบุว่าบริษัทเกียรติกมลปิโตรเลี่ยม จำกัด โดยนายก้องเกียรติกิจวิวัฒนกุล กรรมการเป็นผู้เช่าดำเนินการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงของโจทก์ แต่บริษัทจำเลยที่ 1 จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2536 ตามเอกสารหมาย

จ.3ใช้ชื่อว่า บริษัทเกียรติกมลบริการ จำกัด มีนายก้องเกียรติกิจวิวัฒนกุล เพียงผู้เดียวเป็นกรรมการ แสดงให้เห็นว่าการดำเนินกิจการของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงแห่งนี้มีนายก้องเกียรติเป็นผู้ดำเนินกิจการรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวจำเลยที่ 2 เป็นมารดาของนายก้องเกียรติซึ่งเป็นผู้เริ่มกิจการโดยร่วมกันก่อตั้งบริษัทจำเลยที่ 1 ขึ้นมา แม้หนังสือรับใช้หนี้แทนเอกสารหมาย จ.29 จะเขียนว่านายก้องเกียรติกิจวิวัฒนกุล เป็นหนี้บริษัทคูเวตปิโตรเลี่ยม (ประเทศไทย) จำกัดก็ย่อมหมายความถึงหนี้ของจำเลยที่ 1 ซึ่งสั่งซื้อน้ำมันโดยนายก้องเกียรตินั่นเอง ทั้งนี้เพราะนายก้องเกียรติเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 เองก็เบิกความยอมรับว่า นายก้องเกียรติเป็นผู้ดำเนินกิจการปั๊มน้ำมันที่เช่าจากโจทก์ พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมีความเชื่อมโยงแจ้งชัดไม่มีข้อสงสัยแต่ประการใด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ชวลิต ศรีสง่า · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · วิเทพ ศิริพากย์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2240/2568

ป.พ.พ. มาตรา 340 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ถ้าเจ้าหนี้แสดงเจตนาต่อลูกหนี้ว่าจะปลดหนี้ให้ ท่านว่าหนี้นั้นก็เป็นอันระงับสิ้นไป ข้อเท็จจริงคดีนี้ไม่ปรากฏว่า โจทก์ได้แสดงเจตนาต่อจำเลยที่ 4 ว่าโจทก์จะปลดหนี้ให้…

Supreme Court Judgment No. 319/2568

พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 เป็นกฎหมายที่มีลักษณะเป็นวิธีสบัญญัติ แม้จะมีบทบัญญัติกล่าวถึงการหักกลบลบหนี้ไว้ก็เป็นกรณีที่ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ทั่วไปใน ป.พ.พ. ว่าด้วยหักกลบลบหนี้ มาตรา 341 ถึงมาตรา 348…

Supreme Court Judgment No. 4382/2566

ตามคำพิพากษาในคดีก่อนศาลฎีกามีคำวินิจฉัยในส่วนความรับผิดของโจทก์เพียงข้อหาเดียวว่า โจทก์เป็นนายจ้างของ ป. และ ป. ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง โจทก์จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ความเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามใ…

Supreme Court Judgment No. 4244/2565

คดีเดิมบริษัท จ. ฟ้องจำเลยทั้งสองให้รับผิดฐานรอนสิทธิตามสัญญาซื้อขายเนื่องจากบริษัท จ. ไม่สามารถนำที่ดินที่ซื้อมาจากจำเลยทั้งสองไปขายบุคคลอื่นได้เพราะถูกยึดไว้ตามหมายบังคับคดี และได้หมายเรียกโจทก์เข้า…

Supreme Court Judgment No. 2454/2563

หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ 19 กันยายน 2554 เรื่องการคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรก ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่อนุมัติหลักการและแนวทางในการคืนเงินแก่ผู้ซื้อรถยนต์ใหม่คัน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up