เนื้อความคำพิพากษา
โจทฟ้องต่อสาลจังหวัดตรังซึ่งเปนสาลพลเรือนว่าจำเลยสมคบกับพลตำหรวด ๒ นายไห้โจทซึ่งเปนผู้เสียหายเสื่อมเสียอิสสรภาพ สาลจังหวัดตรังยกฟ้องโจท โดยเห็นว่าโจทฟ้องว่าจำเลยสมคบกับพลตำหรวดตาม ป.ว.อ. มาตรา ๒(๒) พลตำหรวดได้ชื่อว่าหยู่ไนถานะผู้ต้องหา ตามประกาสกองบันชาการทหานสูงสุดออกตามความไนประกาสแก้ไขเพิ่มเติมการไช้กดอัยการสึก ลงวันที่ ๒๔ เมสายน ๒๔๘๕ ไห้สาลทหานพิจารนาพิพากสาคดีอาญาที่ผู้หยู่ไนอำนาดสาลทหาน กับผู้มิได้หยู่ไนอำนาดสาลทหานเปนผู้ต้องหาด้วยกัน ดังนั้นโจทจึงต้องฟ้องคดีนี้ต่อสาลทหาน โจทอุธรน์ สาลอุธรน์เห็นว่า คำว่า "ผู้ต้องหา" ตามประกาสกองบันชาการทหานสูงสุด ไม่กินความถึงผู้ต้องหาตาม ป.ว.อ. แต่ก็เห็นว่าหมายถึงผู้ทำผิดร่วมกันนั่นเอง
พิพากสายืน โจทดีกา สาลดีกาเห็นว่าประกาสผู้บันชาการทหานสูงสุดไนเรื่องคดีที่หยู่ไนอำนาดสาลทหานพิจารนาพิพากสานั้น เปนประกาดว่าด้วยอำนาดพิจารนาพิพากสาคดี ฉะนั้นคำว่าผู้ต้องหาไนประกาสนี้ จึงหมายถึงผู้ต้องหาไนคดีที่ขึ้นมาสู่สาลแล้วคือจำเลยนั่นเอง คดีนี้โจทเปนแต่กล่าวมาไนฟ้องว่าตำหรวดสมคบกับจำเลยเท่านั้น มิได้ฟ้องตำหรวดเปนจำเลยด้วย คดีจึงไม่หยู่ไนอำนาดสาลทหาน แต่หยู่ไนอำนาดสาลพลเรือน สาลพลเรือน
Result
จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาสาลอุธรณ์และสาลจังหวัด ไห้สาลจังหวัด ดำเนินการพิจารณาและพิพากษาต่อไป