คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1465/2531นายอุดม คณาปราชญ์โจทก์บริษัทไทยปิ่นเพชร์ จำกัด กับพวกจำเลยนายอุดม คณาปราชญ์ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า โจทก์ฎีกาว่า การที่ศาลไม่อนุญาตให้โจทก์เลื่อนคดีแล้วพิพากษายกฟ้องโดยถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบนั้นน่าจะเป็นการคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายบางประการกล่าวคือโจทก์ควรจะได้รับอนุญาตให้เลื่อนคดีได้เพราะมีเหตุอันสมควรและศาลล่างยังมิได้ฟังข้อเท็จจริงแห่งคดี กรณีจึงเป็นการฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์เพื่อพิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค
พ.ศ. 2497มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91ในวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนแล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อับดับ 10)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 11)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว
ที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นมิให้โจทก์เลื่อนคดีโดยสั่งงดไต่สวนพยานโจทก์แล้ว
Result
พิพากษายกฟ้องเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่มิได้เกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาชี้ขาดไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป