Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 61424)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,000 บาท จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 แม้จะอ้างว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาเองแต่ศาลอุทธรณ์ไม่หยิบยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยเป็นการไม่ชอบ การบอกเลิกสัญญาของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยหยิบยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นฎีกาได้ ฎีกาของจำเลยเป็นสาระแก่คดีควรที่ศาลสูงจะได้วินิจฉัย ไม่ต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 28,000 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระให้โจทก์เสร็จ ฯลฯจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 114)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 118)คำสั่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยก่อสร้างตลาดสดผิดแบบทางราชการจึงไม่อนุญาตให้เปิดตลาด จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยฎีกาว่า แม้ทางราชการจะไม่อนุญาตให้เปิดตลาดแต่จำเลยก็เปิดตลาดให้โจทก์ค้าขาย แต่การค้าของโจทก์ไม่ดีเอง เป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 169/2531นางซกเกียว แซ่ลิ้มฯโจทก์บริษัทไทยณรงค์ก่อสร้าง จำกัดจำเลยนายปรีชา เจริญผล ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,000 บาท จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 แม้จะอ้างว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า

จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาเองแต่ศาลอุทธรณ์ไม่หยิบยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยเป็นการไม่ชอบ การบอกเลิกสัญญาของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยหยิบยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นฎีกาได้ ฎีกาของจำเลยเป็นสาระแก่คดีควรที่ศาลสูงจะได้วินิจฉัย ไม่ต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 28,000 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระให้โจทก์เสร็จ ฯลฯจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 114)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 118)คำสั่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยก่อสร้างตลาดสดผิดแบบทางราชการจึงไม่อนุญาตให้เปิดตลาด

จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยฎีกาว่า แม้ทางราชการจะไม่อนุญาตให้เปิดตลาดแต่จำเลยก็เปิดตลาดให้โจทก์ค้าขาย แต่การค้าของโจทก์ไม่ดีเอง เป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ชูเชิด รักตะบุตร์ · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ถาวร ตันตราภรณ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up