Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 61378)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้จำเลยอุทธรณ์ว่าการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการกระทำที่เป็นธรรม เพราะโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่และจงใจขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นอุทธรณ์โต้เถียงว่าการกระทำของจำเลยเป็นการเลิกจ้างโดยเป็นธรรมจึงเป็นอุทธรณ์โต้แย้งการแปลความหมายของตัวบทกฎหมายเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลแรงงานกลางรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาหมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 43แผ่นที่ 2)ศาลแรงงานกลางพิพากษา ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย จำนวน 12,000 บาทค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จำนวน 4,000 บาท และค่าเสียหายอีก จำนวน 4,000 บาท รวมเป็นเงิน 20,000 บาท ให้โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงิน 20,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว(อันดับ 37)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 41)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยอุทธรณ์ข้อแรกว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่นั้น เป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์มีเจตนาส่อไปในทางไม่สุจริต อันเป็นเหตุให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ชอบแล้ว จำเลยอุทธรณ์ข้อสองว่าจำเลยเรียกให้โจทก์เข้าประชุม แต่โจทก์ไม่เข้าประชุมโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นการขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงมิใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมนั้น เป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมายจำเลยอุทธรณ์ข้อสามว่า โจทก์ขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายนั้น เป็นผลสืบเนื่องมาจากอุทธรณ์ของจำเลยข้อสองจึงให้รับอุทธรณ์ข้อสองและข้อสามของจำเลยไว้พิจารณาให้ศาลแรงงานกลางดำเนินการต่อไป

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 97/2531นายพัฒน์ พรหมลัมภักโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไดเร็คท์เซลล์จำเลยห้างหุ้นส่วนจำกัด ไดเร็คท์เซลล์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้จำเลยอุทธรณ์ว่าการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการกระทำที่เป็นธรรม เพราะโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่และจงใจขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นอุทธรณ์โต้เถียงว่าการกระทำของจำเลยเป็นการเลิกจ้างโดยเป็นธรรมจึงเป็นอุทธรณ์โต้แย้งการแปลความหมายของตัวบทกฎหมายเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลแรงงานกลางรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาหมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 43แผ่นที่ 2)

ศาลแรงงานกลางพิพากษา ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย จำนวน 12,000 บาทค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จำนวน 4,000 บาท และค่าเสียหายอีก จำนวน 4,000 บาท รวมเป็นเงิน 20,000 บาท ให้โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงิน 20,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว(อันดับ 37)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 41)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยอุทธรณ์ข้อแรกว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่นั้น เป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์มีเจตนาส่อไปในทางไม่สุจริต อันเป็นเหตุให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ชอบแล้ว

จำเลยอุทธรณ์ข้อสองว่าจำเลยเรียกให้โจทก์เข้าประชุม แต่โจทก์ไม่เข้าประชุมโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นการขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงมิใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมนั้น เป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมายจำเลยอุทธรณ์ข้อสามว่า โจทก์ขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายนั้น เป็นผลสืบเนื่องมาจากอุทธรณ์ของจำเลยข้อสองจึงให้รับอุทธรณ์ข้อสองและข้อสามของจำเลยไว้พิจารณาให้ศาลแรงงานกลางดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
จำนง นิยมวิภาต · จุนท์ จันทรวงศ์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

Supreme Court Judgment No. 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

Supreme Court Judgment No. 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

Supreme Court Judgment No. 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

Supreme Court Judgment No. 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up