คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1760/2530พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์ร้อยเอกปราโมทย์ เกษบรรเทิงโจทก์นายเอนก ปราบงูเหลือมจำเลยนายเอนก ปราบงูเหลือม จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำคุก 1 เดือน 10 วันจำเลยจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
จำเลยฎีกาสรุปได้ว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามกฎหมายดังกล่าวจึงไม่รับจำเลยเห็นว่า
จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งคดีที่ศาลจะต้องหยิบยกขึ้นพิจารณาวินิจฉัยให้เป็นธรรมไม่ต้องห้ามฎีกา โปรดยกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 86)ระหว่างพิจารณา ร้อยเอกปราโมทย์เกษบรรเทิง ผู้เสียหายขอเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 ประกอบมาตรา 157 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 1 เดือนและมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78ประกอบมาตรา 160 วรรคหนึ่ง
จำคุก 10 วัน รวมจำคุก 1 เดือน 10 วันจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 85)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 86)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลย 1 เดือน 10 วัน จำเลยฎีกาว่า พยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อน่าสงสัย ศาลชอบที่จะยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้แก่จำเลย เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจของศาลในการรับฟังพยานหลักฐานอันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลย ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง