Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2530 (ref. 61218)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157และคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ยังคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวน เนื่องจากทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยคำเบิกความของพยานโจทก์และจำเลยอีกหลายปากและหลายตอน ขอศาลฎีกาได้โปรดสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 196)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ให้จำคุกจำเลยคนละ 3 ปีจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว(อันดับ 193)ทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 196) ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะส่งคำร้องดังกล่าวมาให้ศาลฎีกาพิจารณาสั่ง เฉพาะจำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องว่าไม่ประสงค์จะฎีกาต่อไป ขอถอนฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฎีกาและถอนอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 แล้ว (อันดับ 197 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดดังโจทก์ฟ้องหรือไม่ก็ดี และที่ว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริงหลายตอนก็ดี ตามเนื้อหาในฎีกาล้วนแต่เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมา จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1549/2530พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์จ่าสิบตำรวจธงชัย เจตสิกร กับพวกจำเลยนายฐัตย์ ชูศิลป์ ทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157และคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ยังคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวน เนื่องจากทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยคำเบิกความของพยานโจทก์และจำเลยอีกหลายปากและหลายตอน ขอศาลฎีกาได้โปรดสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 196)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ให้จำคุกจำเลยคนละ 3 ปีจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว(อันดับ 193)ทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 196) ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะส่งคำร้องดังกล่าวมาให้ศาลฎีกาพิจารณาสั่ง เฉพาะจำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องว่าไม่ประสงค์จะฎีกาต่อไป ขอถอนฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฎีกาและถอนอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 แล้ว (อันดับ 197 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดดังโจทก์ฟ้องหรือไม่ก็ดี และที่ว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริงหลายตอนก็ดี ตามเนื้อหาในฎีกาล้วนแต่เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมา จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ชวลิต นราลัย · สหัส สิงหวิริยะ · ดำริ ศุภพิโรจน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up