Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2530 (ref. 61203)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยฎีกาขอให้แก้ไขดุลพินิจของศาลอุทธรณ์เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนและลงโทษจำเลยไม่เกิน 5 ปี อีกทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต่างลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 1 ปี คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218และ 219 ไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า จำเลยฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายว่าศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยหนักเกินไป ข้อเท็จจริงต่าง ๆ และพฤติการณ์แห่งคดีสมควรรอการลงโทษเพื่อให้โอกาสจำเลยได้กลับตนเป็นพลเมืองดี หรือให้คุมประพฤติไว้ตามกฎหมาย และคดีนี้เป็นความผิดอันยอมความกันได้ โจทก์จำเลยได้ตกลงประนีประนอมยอมความกันและจำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์ตามข้อตกลงไปบางส่วนแล้วสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)อันเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนจำเลยจึงมีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่คดีทั้งสามสำนวนนี้ โจทก์จำเลยเป็นคู่ความเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยโจทก์ฟ้องในทำนองเดียวกันขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล จึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้องโจทก์ตามเช็ค 4 ฉบับไว้พิจารณา ยกเว้นเช็คหมายเลขที่6459237 คดีขาดอายุความจึงให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ให้จำคุกจำเลยสำนวนละ 1 เดือน 10 วัน รวมจำคุก 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อัดนับ 99)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 106,109)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาว่าศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยหนักเกินไปและพฤติการณ์แห่งคดีสมควรรอการลงโทษจำเลยไว้ก่อนนั้นเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการลงโทษเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนฎีกาที่ว่าได้มีการตกลงประนีประนอมยอมความกันแล้ว โดยจำเลยจะหาเงินมาชำระให้โจทก์ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 8ธันวาคม 2527 ทำให้คดีอาญาระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายแต่ปรากฏว่าตามรายงานกระบวนพิจารณาดังกล่าวไม่มีข้อความใดที่จะแสดงให้เห็นว่ามีการตกลงประนีประนอมยอมความกัน จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1529 - 1531/2530นางวนิดา ดวงชาทมโจทก์นางประอร จิตต์จำนงค์หรือมงคลธงจำเลยนางประอร จิตต์จำนงค์หรือมงคลธง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 219ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

จำเลยฎีกาขอให้แก้ไขดุลพินิจของศาลอุทธรณ์เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนและลงโทษจำเลยไม่เกิน 5 ปี อีกทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต่างลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 1 ปี คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218และ 219 ไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า

จำเลยฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายว่าศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยหนักเกินไป ข้อเท็จจริงต่าง ๆ และพฤติการณ์แห่งคดีสมควรรอการลงโทษเพื่อให้โอกาสจำเลยได้กลับตนเป็นพลเมืองดี หรือให้คุมประพฤติไว้ตามกฎหมาย และคดีนี้เป็นความผิดอันยอมความกันได้ โจทก์จำเลยได้ตกลงประนีประนอมยอมความกันและจำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์ตามข้อตกลงไปบางส่วนแล้วสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)อันเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนจำเลยจึงมีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่คดีทั้งสามสำนวนนี้

โจทก์จำเลยเป็นคู่ความเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยโจทก์ฟ้องในทำนองเดียวกันขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล จึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้องโจทก์ตามเช็ค 4 ฉบับไว้พิจารณา ยกเว้นเช็คหมายเลขที่6459237 คดีขาดอายุความจึงให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ให้จำคุกจำเลยสำนวนละ 1 เดือน 10 วัน รวมจำคุก 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อัดนับ 99)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 106,109)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่าศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยหนักเกินไปและพฤติการณ์แห่งคดีสมควรรอการลงโทษจำเลยไว้ก่อนนั้นเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการลงโทษเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนฎีกาที่ว่าได้มีการตกลงประนีประนอมยอมความกันแล้ว โดยจำเลยจะหาเงินมาชำระให้โจทก์ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 8ธันวาคม 2527 ทำให้คดีอาญาระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายแต่ปรากฏว่าตามรายงานกระบวนพิจารณาดังกล่าวไม่มีข้อความใดที่จะแสดงให้เห็นว่ามีการตกลงประนีประนอมยอมความกัน จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1689/2566

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 278 วรรคหนึ่ง, 365 (1) ประกอบมาตรา 362 และมาตรา 364 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานบุกรุกโดยใช้กำลัง…

Supreme Court Judgment No. 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

Supreme Court Judgment, B.E. 2561 (ref. 622101)

ความผิดฐานกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคสาม จำคุก 6 ปี เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวไปฝึกอบรมขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 5 ปี ขั้นสูงไม่เกินกว่า 7 ปี ศาลอุทธรณ์…

Supreme Court Judgment No. 4593/2545

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 340 วรรคหนึ่ง, 83 ลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยทั้งสองไปฝึกและอบรมแทนมีกำหนดคนละ 1 ปี ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครั…

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58541)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1เป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จึงไม่รับจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาข้อกฎหมายกล่าวคื…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up